Spread the love

มืดกี่ด้าน ก็ต้องผ่านมันให้ได้

ตื่นเช้าวันนี้…คุณแน่ใจหรือครับ ว่าคุณกำลังเดินไปถูกทาง

คุณกำลังดิ้นรนหาเงินจ่ายค่างวดรถงวดบ้านที่มันงวดเข้ามา หรือกำลังกังวลกับดอกเบี้ยทบต้นที่ค้างชำระเกินกำหนด

คุณกำลังเครียดกับลูกน้อง ที่คุณรู้สึกว่าเขากำลังเอาเปรียบคุณอยู่ คุณคิดกลับไปกลับมา ว่าหากไล่ออกแล้วคุณจะโดนฟ้องศาลคดีแรงงานหรือไม่

ขณะที่เครื่องจักรก็ชำรุด แต่ประกันก็ขาดอายุการคุ้มครอง ซ่อมเองก็ไม่คุ้ม จะซื้อใหม่ก็ขาดงบประมาณ

คุณไม่มีเวลาที่จะดูงบการเงิน คุณคอนโทรลทีมให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมายไม่ได้ ขณะที่เครื่องจักรอุปกรณ์ก็ชำรุด ผลผลิตยิ่งลดลง

และตัวคุณเองก็สุขภาพเริ่มแย่ ความอบอุ่นในครอบครัวก็ห่างเหิน

คุณเริ่มปลีกตัวจากสังคม เครือข่ายธุรกิจ คอนเนคชั่นที่สร้างไว้ก็ไม่สามารถเติมต่อเพื่อสร้างช่องทางใหม่ ๆ ได้เลย

การจัดการทางอารมณ์ของคนที่มีปัญหาโถมทับมาก ๆ ยาชนิดเดียวที่รักษาได้เป็นยาของพระพุทธเจ้า — เป็นยาชื่อ สติ

คนต้องมีสติในการซ่อม จึงจะสามารถซ่อมแซมธุรกิจและชีวิตที่ทรุดโทรมได้

แต่…จะมีกี่คนที่ซ่อมแซมตนเองได้ ออกจากวิกฤติได้ นับร้อยนับล้านราย จมหายกับมหาวตภัยในสงคราม…ชีวิต

ภาพถ่ายโดย Brady Knoll จาก Pexels

จะดีกว่าไหม หากคุณได้มีสติในตอนที่สร้าง แทนที่จะต้องหาฟางเส้นสุดท้ายที่ชื่อ สติ ในการซ่อม

คุณทรงพลเป็นข้าราชกาลระดับ ซี 8 ตั้งใจลาออกจากงานก่อนเกษียณ พยายามมองหาธุรกิจที่จะทำให้ชีวิตได้สุขสบายในบั้นปลาย ในที่สุดก็ได้พบร้านสเต็กที่โคราช

ร้านนั้นลูกค้าแน่นขนัด ของออกจากครัวแทบทุกนาที เสียงเครื่องแคชฯ เก็บเงินที่ดังอยู่ตลอดเวลามันทำให้คุณทรงพลคิด

ร้านมี 40 โต๊ะ หนึ่งโต๊ะนั่งได้ 4 คน หนึ่งช่วง มีคน 160 คน
ร้านเปิด 10 ชัวโมง ถัว ๆ แล้วน่าจะมีคนหมุนเวียนมาใช้บริการราว 4 รอบ
คร่าว ๆ ในใจ ร้านนี้น่าจะมีลูกค้วันละอย่างน้อย 500 คน
ลูกค้าจ่ายหัวละ น่าจะร่วม ๆ 400 บาท วันละสองแสน เดือนละ 6 ล้าน

หัวใจคุณทรงพลแทบปะทุออกมานอกอก

สามเดือนให้หลัง ร้านสเต็กทรงพลก็เกิดขึ้น
มันเกิดจากเงินออมทั้งชีวิตของเขา บวกกับค่าเออร์ลี่รีไทร์ที่เขาได้รับจากการลาออก บวกกับ นำบ้านเข้าไปทำรีไฟแนนซ์ใหม่

เจ็ดล้านห้าแสนบาทที่รวบรวบรวมมาลงทุน เหลือติดบัญชีไม่ถึงสองหมื่นบาทในวันเปิดร้าน

ภาพถ่ายโดย Dziana Hasanbekava จาก Pexels

เดือนแรก ค้างจ่ายเงินเดือนพนักงาน
เดือนที่สาม ติดป้ายเซ้ง
เดือนที่หก เจ้าของที่ดินริบทรัพย์สินทั้งหมด เพราะคุณทรงพลผิดนัดค่าเช่าตามสัญญา

ในห้องหับที่มืดสนิท คุณทรงพลนั่งถือปืนบรรจุกระสุนเต็มโม่ ในบ้านที่ธนาคารทวงถามค่างวด และเขาไม่มีปัญญาจ่ายมัน

ชีวิตคุณทรงพล และคนอีกนับหมื่นนับแสนหายไปจากโลกใบนี้เพราะเหตุใด

การล้มละลาย การขาดสภาพคล่อง ภาระที่โถมทับบนบ่าไหล่
ชีวิตที่หวาดหวั่น เคร่งเครียด เกิดขึ้นเพราะเหตุใด

เกิดขึ้นเพราะผู้คนเหล่านั้นตื่นขึ้นมาแล้ว….หลับตาเดินในเส้นทางที่พวกเขาไม่ได้รับรู้ว่ามันเต็มไปด้วยขวากหนาม

คนที่จะสร้างทางเดินใหม่ เขาต้องรู้จักอุปกรณ์และความรู้ในการสร้างทาง
ความรู้มาจากการเรียนรู้ และรู้ว่าต้องเจอกับอะไรล่วงหน้า และมีความสามารถประเมินได้ว่า “เอาอยู่”

ภาพถ่ายโดย ArtHouse Studio จาก Pexels

คุณทรงพลไม่มีความรู้เรื่องคัดคนและวางงานให้ตรงกับความสามารถ
คุณทรงพลไม่มีความรู้เรื่องการเงินการบัญชี จึงขาดสภาพคล่องและขาดกระแสเงินสด
อุปกรณ์วัสดุที่ใช้ วัตถุดิบที่จัดหา มีราคาต้นทุนตรงข้ามกับคุณภาพ การสั่งการมาจากใจกลางคนผู้เดียว นั่นก็คือคุณทรงพล

แม้ว่าคน เงิน วัสดุอุปกรณ์และการบริหารจัดการ จะเป็นหัวใจหลักในการสร้างธุรกิจ แต่วอร์เรน บัฟเฟตต์ได้กล่าวไว้น่าคิดว่า
ธุรกิจไม่ได้หมายถึงสินค้าหรือบริการอีกต่อไป
ธุรกิจมันขึ้นอยู่กับความสามารถในการรองรับภาระกดดันของเจ้าของกิจการต่างหาก

การตลาดยุค 3.0 ทำให้เจ้าของธุรกิจไม่น้อยล้มหายตายจาก
เพราะเขายังผลิตตามความคิดตนเองแทนที่จะเสาะหาให้พบว่าลูกค้าต้องการอะไร
เขายังตั้งราคาตามต้นทุนแทนที่จะคำนึงถึงความสามารถในการจ่ายของลูกค้า
เขายังพึ่งพาทำเลและช่องทางการขายเก่า ๆ โดยไม่รู้ว่าดิจิทัลทดแทนและยึดครองไว้แทบทั้งหมด
พวกเขายังทำโฆษณาประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขายในสื่อเก่าที่ไม่ใช่สื่อหลักในศตวรรษที่ 21

พวกเขาล้าหลัง พวกเขาจึงสูญพันธ์
(และต้องไม่ลืมอีกข้อ ยุคนี้มันคือ MKT 4.0)

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อ E-Book

อ่านถึงตรงนี้ ในรู้สึกของคุณคิดว่า ผมที่เป็นผู้เขียน เขียนได้สมกับเป็นกูรู

เตือนไว้สักคำ อย่าเชื่อกูรู
เพราะเชื่อกูรูคุณจะได้แค่ความรู้….ความรู้ที่เอาไปทำเท่านั้นมันจะกลายเป็นปัญญา
ปัญญามาจากการทำซ้ำ ซ้ำแล้วซ้ำอีก
ปัญญาจึงจะกลายเป็นอาวุธ ที่คุณสามารถนำไปสร้างทางเดินของชีวิตคุณ

ถ้าคุณจะเปิดร้านขนมจีน…คุณคิดถึงอะไร
คนที่ออกแนวอาร์ต ก็จะนึกถึงการตกแต่ง
คนที่รักหน้ารักศักดิ์ศรี ก็จะมีภาพร้านในหัวที่หรูหรา
คุณตอบได้ไหม…. หากตอบผิด…คุณจะเป็นทรงพลคนต่อไป

การทำธุรกิจเริ่มต้นที่เงินลงทุนครับ เพราะทุกธุรกิจต้องมีกำไรเป็นเป้าหมาย
เพื่อที่จะได้ประมาณการรับ การจ่าย
ต้องคำนวณให้ได้ว่าเงินที่ได้รับกลับจากการลงทุนเป็นกี่เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับระยะเวลา

ทฤษฎีขนมจีนของผมพูดภาษาคนแบบนี้ครับ

ถ้าเป้าหมายคุณต้องการกำไรสุทธิหลังหักค่าใช้จ่าย 30,000 บาทต่อเดือน
แปลว่าคุณต้องขายเดือนละ 150,000 บาทต่อเดือน (กำไรประมาณการที่ 20 %)
แปลต่อว่า คุณต้องขายวันละ 5,000 บาท
หากลูกค้ากินต่อหัว หัวละ 50 บาท แปลว่า คุณต้องมีลูกค้าวันละ 100 คน

100 คนต่อวัน คุณอาจใช้โต๊ะ เก้าอี้รวมแค่ 6 ชุด (24 ที่นั่ง) เพราะคนหมุนเวียน
คุณอาจใช้จานช้อนแค่ 150 ชุด นึกออกมั้ยครับ ใช้ห้องแถวห้องเดียวก็ได้ ทุนขนมจีนกี่เข่ง
ทำน้ำยากี่หม้อ ผัก ไข่ต้ม เครื่องปรุงเท่าไหร่ต่อวัน…. ณ จุดนี้มันคือบทสรุปของเรื่องเงินและวัตถุดิบวัสดุอุปกรณ์

ภาพถ่ายโดย Mehmet Suat จาก Pexels

คุณต้องจ้างคนมั้ยครับ….พอมองเห็นภาพนะครับว่าการหมุนเวียนระดับนี้ทำคนเดียวได้
และการบริหารจัดการทั่วไปรวมถึงบริหารจัดการเวลาของเจ้าของกิจการคนเดียว ตั้งแต่เช้าจรดเย็น เมื่อแตกภารกิจให้ละเอียด จะเห็นว่าเป็นอะไรที่ควบคุมได้

เมื่อขนมจีนอร่อยและบริการดี…มันจะเกิดคุณค่า
เมื่อราคาเหมาะสม…มันจะทำให้ลูกค้าจงรัก
เมื่อลูกค้าสะดวกสั่ง…ก็จะทำให้เขาประหยัดเวลา
ท้ายที่สุด ทุกความคุ้มค่าก็จะถูกบอกต่อ

แจ็ก เวลส์ บอกว่า
สิ่งที่ท้าทายเขามากที่สุดคือ
การวางเงินเดิมพันให้ถูกที่
และไม่เอาเงินไปใส่ผิดที่
และไม่ควรกระจายเงินไปทุกที่

ผมเห็นด้วยกับแจ็ก เวลส์
แต่อยากถามคุณสักคำ ตื่นเช้าวันนี้
แน่ใจหรือว่าคุณกำลังเดินไปถูกทาง

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อ E-Book

ผู้เขียน: วิชาอาแปะ สอนรวย

ขอบคุณภาพประกอบจาก: เว็บไซต์ Pexels