ระวังโดนแทงข้างหลัง ! 

เมื่อไม่มีเครื่องจับเท็จวางอยู่ตรงหน้า คุณจะรู้ได้ยังไงว่าเรื่องที่พวกเขาเล่า..คือของจริง 100%

อย่าหลงกลพวกลวงโลก..เพราะใครบางคนอาจกำลังปั้นน้ำเป็นตัว สร้างเรื่องโกหกขึ้นมาปั่นหัวคุณ !

ในโลกแห่งธุรกิจ ในโลกที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์…อาจมีน้อยคนนักที่รักและหวังดีกับคุณจากใจจริง เพราะโลกใบนี้มันเต็มไปด้วยการแข่งขัน แก่งแย่งกันเพื่อเป็นอันดับหนึ่ง ทุกคนต่างอยากได้ อยากมี อยากเหนือกว่า เพื่อผลผลิตและกำไรที่ใช้หล่อเลี้ยงธุรกิจให้เติบโต

แต่คุณรู้ไหม..สิ่งที่น่ากลัวอย่างยิ่งในโลกธุรกิจ ไม่ใช่บริษัทคู่แข่ง ไม่ใช่บริษัทที่มีทุนมากกว่า ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย แต่เป็นคนใกล้ตัวที่คิดไม่ซื่อต่างหาก 

จำไว้ว่า..ศัตรูที่คิดจะล้มล้างธุรกิจเรา ยังไม่น่ากลัวเท่ามิตรที่คิดจะหักหลังและโกงกิน ! 

อย่าปล่อยให้ใครมาเอาเปรียบคุณง่าย ๆ ถ้าใครเข้ามาเพื่อหลอกลวงและโกหก ลองสักเกตภาษากายของพวกเขาดู ว่ามีพิรุธแปลก ๆ แบบนี้บ้างหรือเปล่า

Photo by Anna Shvets from Pexels

จับพิรุธจากดวงตา

เพราะดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ ต่อให้เตรียมเรื่องโกหกมาดีแค่ไหน เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์จริงและถูกคู่สนทนาจ้องตาทั้งสองข้างแล้ว เชื่อเถอะว่ายังไงต้องมีพิรุธหลุดออกมาให้เรามองเห็นกันบ้างแหละ แล้วไอ้อาการพิรุธที่จะส่งออกมาผ่านดวงตานั้นมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย 

ไม่กล้าสู้หน้า ไม่ยอมสบตา

โดยปกติแล้ว เมื่อเรากำลังพูดคุยกับใครสักคนในประเด็นที่จริงจัง ทั้งผู้พูดและผู้ฟังก็มักจะสบตากันพลางพยักหน้าไปด้วย หากจะมีละสายตาไปบ้าง ก็แค่เพียงเดี๋ยวเดียวเท่านั้น ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติของคนที่กำลังจดจ่อหรือมีสมาธิกับเรื่องที่กำลังพูดคุยกันอยู่ 

แต่สำหรับคนที่กำลังพูดโกหก พิรุธที่ปรากฏออกมาชัดเจนที่สุด ก็คือ พวกเขามักหลบตานาน ๆ พิรุธแบบนี้เจอได้บ่อยเมื่อคนคนนั้นไม่ชำนาญการโกหกเท่าไรนัก

อย่างเช่น ในขณะที่กำลังคุยกันอย่างออกรส พอเข้าเรื่องสำคัญปุ๊บ แทนที่จะจดจ่อหรือสบตาคุณขณะพูด เขากลับมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจนสังเกตได้ โดยมีการหลบตาเล็กน้อยและเบือนหน้าหนี ทำเป็นเหลือบมองอย่างอื่นทางอื่นแทน ถ้าเป็นแบบนี้ก็เดาได้เลยว่า เขาอาจไม่ได้พูดเรื่องจริงทั้งหมด 

Photo by Alex Green from Pexels

• ชมนก ชมไม้ หันมองนั่นนี่ไปเรื่อย

บางคนที่กำลังพ่นคำโกหกออกมาไม่หยุด อาจควบคุมสติได้และกล้ามองหน้าคุณ แต่ถ้าสังเกตดูให้ดี..เขาไม่ได้สบตาคุณอย่างตั้งใจอยู่หรอกนะ

เขาจะพูดคำโกหกออกมา พร้อมทั้งมองหน้าคุณสักเดี๋ยว..แล้วจึงหันไปมองอย่างอื่น จากนั้นก็หันกลับมามองหน้าคุณอีก แต่ก็มองได้ไม่นานนัก แล้วก็หันไปมองที่อื่นต่อ ทำแบบนี้ซ้ำ ๆ วนไปตลอดการสนทนา เพราะลึก ๆ ในใจ พวกเขากลัวว่าจะถูกจับได้ยังไงล่ะ!

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อ E-Book เล่มนี้

• กระพริบตาถี่ ๆ ทำตัวน่าสงสัย

คนโกหกที่รวบรวมความกล้ามามากพอ อาจจะกล้าสบตาคุณเป็นเวลานาน เพราะพวกเขากำลังพยายามแสดงให้คุณเห็นแววตาที่จริงจัง และตกหลุมพลางการหลอกลวงในครั้งนั้น 

แต่ยังไงซะ…ถ้าเขาไม่ใช่มิจฉาชีพที่ฝึกวิชามาเป็นอย่างดี มันก็ไม่เนียนนักหรอก 

เพราะถึงแม้เขาจะพยายามสบตาคุณ แต่เขาก็จะกระพริบตาบ่อยกว่าปกติด้วยความประหม่า และเมื่อคุณรู้สึกได้ว่าท่าทางของเขาดูเปลี่ยนไปเมื่อพูดเรื่องที่มีแนวโน้มว่าจะโกหก ก็ขอให้คุณอย่าเพิ่งวางใจและห้ามตกลงเรื่องสำคัญทางธุรกิจในตอนนั้น…(ลองดูกันไปสักระยะก่อน ว่าเขาจะเป็นยังไงกันแน่ แล้วค่อยว่ากันใหม่)

Photo by cottonbro from Pexels

จับพิรุธจากมือที่อยู่ไม่สุข

แม้จะพยายามเก็บสีหน้าและท่าทางมากแค่ไหน แต่ภาษากายก็ปิดกันไม่มิดหรอก โดยเฉพาะ ‘มือ’ เพราะคนโกหกนั้นเต็มไปด้วยความกังวลใจ กลัวว่าจะถูกจับได้ กลัวว่าจะโกหกไม่เนียน กลัวว่าจะเดือดร้อนจากการสร้างเรื่องในครั้งนี้ ทำให้สมาธิในหัวมันแตกซ่านจนส่งผลไปถึงท่าทางที่เริ่มจะอยู่ไม่สุข 

• ยกมือขึ้นมาถูหู

ขณะในที่หัวกำลังจดจ่อกับการเล่าเรื่องโกหก มือของบางคนอาจเผลอยกขึ้นมาถูบริเวณใบหูโดยไม่ตั้งใจ ท่าทางแบบนี้เกิดขึ้นพราะความขัดแย้งในตัวเอง เพราะบางครั้งคนพวกนี้อาจไม่ได้อยากโกหกกับคุณเท่าไรนัก แต่ด้วยความจำเป็นของเขา ไม่ว่าจะเรื่องของผลประโยชน์หรือการเอาตัวรอดก็ตาม เมื่อความคิดในหัวกำลังตีกัรเอง ทำให้ออกท่าทีพิรุธจนการเล่าเรื่องโกหกมันไม่ไหลลื่นอย่างที่พวกเขาตั้งใจไว้นั่นเอง

Photo by Wendy Wei from Pexels

• เกาคอทั้ง ๆ ที่ไม่มีอาการคัน 

เคยไหม..พอคุยเสนอไอเดียหรือพูดอะไรบางอย่าง แล้วคู่สนทนาก็ตอบกลับมาว่า ‘โห…สุดยอดไปเลยนะเนี่ย’ หรือประมาณว่า ‘ฉันเห็นด้วยนะ ไอเดียนี้ดีเลยล่ะ’ แต่เมื่อลองมองท่าทีของพวกเขา คุณกลับไม่รู้สึกแบบนั้นเลย แต่มันดูเหมือนว่าจริง ๆ แล้วเขาไม่ได้เห็นด้วยกับคุณเลยสักนิด

สถานการณ์นี้หลายคนมักเจอกันบ่อย ๆ และพิรุธของคนที่ไม่พูดความจริงนั้น ถูกจับได้เพราะเขาเผลอยกมือขึ้นมาเกาบริเวณลำคอ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้คันแต่อย่างใด

การเอามือวางที่คอและเริ่มเกาเบา ๆ มักเกิดขึ้นเมื่อเขาพูดสิ่งที่ขัดกับความรู้สึกข้างใน ถ้าเขาทำแบบนี้เมื่อไหร่ ให้ลองถามเขากลับไปอีกครั้ง เพื่อเน้นย้ำคำตอบที่แท้จริงของเขา

Photo by Andrea Piacquadio from Pexels

จับพิรุธจากอาการโกรธ

เคยไหม.. เมื่อคุณสงสัยว่าคนตรงหน้ากำลังพูดเรื่องโกหก จึงถามหาความจริงกับเขา แต่สิ่งที่ได้กลับมาเป็นอารมณ์อันฉุนเฉี่ยวและโกรธเกรี้ยวราวกับว่าคุณเป็นคนผิดแทนซะอย่างงั้น 

อาการแบบนี้พบได้บ่อย ๆ เมื่อคนโกหกถูกถามจี้ใจดำ 

และเมื่อพวกเขาคิดหาข้อแก้ตัวไม่ทัน ก็จะพาลหาเรื่องโวยวาย โมโหร้าย หรือหนักเข้าอาจแสดงอาการก้าวร้าวปาข้าวของอย่างไร้เหตุผล ซึ่งทั้งหมดที่ทำไปนั้นก็แค่ต้องการกลบเกลื่อนความผิดของตัวเอง หรือเบี่ยงประเด็นไปแบบเนียน ๆ นั่นเอง

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อ E-Book เล่มนี้

คนโกหกมักบอกว่าตนมีเหตุผลส่วนตัว มีความจำเป็นที่ต้องทำแบบนี้ เขามักยกเหตุผลนับล้านเพื่อทำให้ตัวเองดูดี แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาทำถูก 

เพราะเมื่อเขาเริ่มโกหก แสดงว่าต้องมีคนตกเป็นเหยื่อของคำลวงนั้น และมันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยสักนิด

ในส่วนของการทำธุรกิจเองก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้านาย ลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน หรือหุ้นส่วน ควรเริ่มต้นความสัมพันธ์กันอย่างจริงใจ เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและยั่งยืน

. . .

เรียบเรียงโดย: ณัฐริกา หลิมไทยงาม
กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ 7D Book&Digital

ขอบคุณภาพประกอบจาก: เว็บไซต์ Pexels