Spread the love

ถ้าลูกอายุต่ำกว่า 3 ขวบ พ่อแม่อย่างคุณควรอ่านบทความนี้ 

ทั้งชีวิตของเด็กถูกห่อหุ้มไว้เพียง 3 ขวบแรกของชีวิตเท่านั้น เพราะอายุ 1-3 ขวบแรก เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด เพียงให้ความสำคัญกับสิ่งต่อไปนี้ แล้วการเลี้ยงลูกของคุณก็จะง่ายขึ้น 

ภาพถ่ายโดย Gustavo Fring จาก Pexels

1. พฤติกรรมของเด็กอายุตั้งแต่1–3 ขวบจะกำหนดลักษณะนิสัยของเด็กไปตลอดชีวิต  

ดังนั้นโปรดพิจารณาก่อนทำตามความต้องการหรือคำร้องขอจากลูกของคุณ แม้ว่าลูกของคุณจะอายุน้อยแค่ไหนก็ตาม คุณต้องรู้จักตั้งคำถามก่อนทำตามความต้องการของพวกเขา

เช่น สิ่งนี้จะช่วยลูกของคุณได้ต่อจากนี้ไปอีก 20 ปีหรือไม่? ถ้าใช่ก็ตอบตกลงกับพวกเขา แต่ถ้าไม่ใช่ให้ปฏิเสธพวกเขาดี ๆ อย่าคิดว่าการตามใจลูกของคุณเป็นเรื่องเล็ก อย่าคิดว่าเป็นเพราะความรัก อย่าคิดว่าคุณมีมากพอที่จะตอบสนองความต้องการของพวกเขาได้ เคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “เรือจมเพราะรูเล็ก ๆ” หรือไม่ เด็กจะนิสัยเสียได้เพราะพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ 

ภาพถ่ายโดย Ketut Subiyanto จาก Pexels

2. ภาษา

ให้คำศัพท์กับลูกของคุณทุกที่ ทุกเวลา และทุกสถานการณ์ เด็ก ๆ จะซึมซับภาษาที่ใช้ในการสื่อสารของผู้ใหญ่ที่อยู่โดยรอบได้ง่าย ดังนั้นควรระมัดระวังคำพูดและรู้จักหาสภาพแวดล้อมทางภาษาที่ดีให้กับลูกน้อยของคุณ

ผู้ใหญ่มักจะชอบพูดเสียงดัง ถ้าคุณจะทะเลาะกันก็พากันเข้าไปทะเลาะกันในห้องน้ำหรือในที่ที่ลูกของคุณจะไม่ได้ยิน เพราะเมื่อใดก็ตามที่มีบางสิ่งบางอย่างอยู่ตรงหน้าเด็ก ๆ พวกเขาจะเรียนรู้และซึมซึมโดยไม่เลือก ทีนี้อย่าถามว่าทำไมลูกของคุณถึงดื้อนัก เพราะทุกอย่างล้วนมาจากพวกคุณที่เป็นพ่อแม่ 

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

3. ความสม่ำเสมอในการเลี้ยงลูก

 วัยเด็กมักจะเป็นช่วงที่เด็กรู้สึกสับสน ไม่รู้ว่าจะปฏิบัติตัวอย่างไรและจะเอาแบบอย่างจากใคร ถึงเวลานั้นเด็ก ๆ มักจะเลือกคนที่ใกล้ตัวที่สุด คนที่ให้ทางออกที่ง่ายที่สุดแก่พวกเขา และคนที่พวกเขารักและไว้ใจมากที่สุด

ถ้าคุณไม่เคยดูแลพวกเขา คุณไม่ใช่คนที่พวกเขารักและไว้ใจ คุณจะสูญเสียความคิดเห็นของคุณไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะเด็ก ๆ จะไม่เชื่อฟังคุณ ดังนั้นพ่อแม่ที่ดีควรใช้เวลากับลูก ๆ อย่างสม่ำเสมอ 

ภาพถ่ายโดย Lina Kivaka จาก Pexels

4. ใช้เวลา 3นาทีกับลูกของคุณทุกวัน 

ให้ลูกของคุณฟังเพลงสำหรับเด็กที่มีชีวิตชีวา เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ และสร้างเสริมพัฒนาการด้านจินตนาการของลูกคุณ เช่น อ่านนิทานให้พวกเขาฟัง เล่นของเล่นและสนทนากับพวกเขา ทำงานศิลปะ เป็นต้น 

ภาพถ่ายโดย cottonbro จาก Pexels

5. ให้ลูกของคุณมีปฏิสัมพันธ์กับสีต่างๆ 

ควรจะเป็นแม่สีหรือสีพื้นฐานง่าย ๆ เช่น น้ำเงิน แดง ม่วง ส้ม เหลือง เขียว คราม ม่วง เป็นต้น เพื่อไม่ให้ลูกของคุณมีปัญหาเรื่องตาบอดสีในอนาคต สีอะไรที่ปรากฏตรงหน้าคุณ ลองหยิบมันขึ้นมาหรือชี้ให้ลูกดูพร้อมกับสอนและให้คำศัพท์กับลูกของคุณไปด้วย เช่น พริกสีแดง ผักกาดสีเขียว ฟักทองสีเหลือง เป็นต้น 

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

6. ให้ลูกของคุณมีปฏิสัมพันธ์กับรูปร่างต่าง ๆ

ไม่ว่าจะเป็นรูปวงกลม สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม เพื่อพัฒนาความคิดเชิงพื้นที่และการคิดเชิงตรรกะ อาจมีของเล่นเสริมพัฒนาการสำหรับเด็ก เช่น บล็อกไม้ ตัวต่อ เป็นต้น 

ภาพถ่ายโดย Pixabay จาก Pexels

7. ให้ลูกของคุณดูแผนที่ 

โดยเฉพาะแผนที่ความคิด (Mind Mapping) เพราะเด็กสามารถจดจำภาพได้ดีกว่าตัวอักษร ทำให้เด็กมีพัฒนาการที่สมองซีกซ้าย ซึ่งส่งผลต่อจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ทักษะทางศิลปะ และการมองเป็นภาพ 

8. พาลูกของคุณออกไปข้างนอกบ้าง

ไปศูนย์การค้า พาไปดูบ้านสวย ๆ พาไปดูผลงานทางสถาปัตยกรรมชิ้นเอก เพื่อให้เด็ก ๆ รู้จักสร้างความฝันในชีวิตของตนเอง 

ภาพถ่ายโดย Yan Krukov จาก Pexels

9. ถ้าคุณอยากให้ลูกเป็นคนแบบไหนก็ให้ลูกของคุณมีปฏิสัมพันธ์กับคนแบบนั้น 

– อยากให้ลูกมีความสุข > ให้ลูกพบเจอกับคนที่มีความสุข 

– อยากให้ลูกของคุณร่าเริง > ให้ลูกพูดคุยกับคนที่ร่าเริง 

– อยากให้ลูกยิ้ม > ให้ลูกพูดคุยกับคนที่ยิ้มทั้งวัน 

. คนอื่นไม่สามารถให้ลูกของคุณในสิ่งที่พวกเขาไม่มีได้ นอกจากพ่อแม่ของพวกเขาเอง 

ภาพถ่ายโดย cottonbro จาก Pexels

– คนคิดลบไม่สามารถให้ลูกคิดบวกได้ 

– คนที่มีหน้าตาบูดบึ้งไม่สามารถยิ้มให้ลูกได้ 

– คนโกหกไม่สามารถให้ความซื่อสัตย์กับลูกได้ 

– คนลำเอียงไม่สามารถให้ความยุติธรรมกับลูกของคุณได้ 

เด็กในวันนี้จะต้องเติบโตต่อไปเป็นเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต จงให้ความสำคัญกับลูกของคุณ เพราะเด็กจะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูของพ่อแม่เป็นสำคัญ 

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

อ้างอิง: Chia sẻ từ Hoa Mặt Trời  (ผู้เขียน)

https://www.facebook.com/101639762057422/posts/150376573850407/

หมายเหตุ: เป็นการแปลและเรียบเรียงพร้อมตัดทอนบทความตามความเหมาะสม

แปลและเรียบเรียงโดย: ปิ่นแก้ว ศิริวัฒน์ 
กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ 7D Book&Digital

ขอบคุณภาพประกอบจาก: เว็บไซต์ Pexels