Spread the love

AUTOPILOT – โหมดไร้คนขับกับ 10 วิธีคิดชีวิตที่ควรทําเพื่อให้ชีวิตเปลี่ยนไป

คุณรู้จักคํานี้มั้ย “Autopilot” คํานี้ผมใช้บ่อยมาก เมื่อเจอมนุษย์ที่ต้องเป๊ะ ต้องการชีวิตที่สมบูรณ์แบบทุกกระเบียดนิ้ว หรือพวกที่ซึมกะทือ ใช้ชีวิตและทำงานเหมือนหุ่นยนต์

Autopilot – โหมดอัตโนมัติที่กัปตันใช้ในการควบคุมบังคับเครื่องบินเมื่อเปลี่ยนจากโหมดมีคนขับเป็นโหมดไร้คนขับ

วันที่เราวิ่งตามเงิน ตามสิ่งต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความอยาก เราวิ่ง เราพยายาม เราต่างมานั่งเช็กลิสต์ว่าเราทำตามแอ็กชันแพลนได้มากน้อยแค่ไหน

วันที่เราต่างวิ่ง สมองของเราจะเริ่มถูกโปรแกรมให้กลายเป็นโหมดไร้คนขับ ที่ท้ายที่สุดเราก็จะเป็นหุ่นยนต์ เราค่อย ๆ ลืมความจริง ลืมความธรรมดา ลืมความเรียบง่ายที่ทำให้เรายิ้มได้ ลืมความเอื้อเฟ้อเกื้อกูลต่อกันที่นำมาซึ่งความอบอุ่น

“ชีวิตที่ไม่คุ้มค่า คือชีวิตที่ไม่ตระหนักคิดว่าชีวิตมีคุณค่า” Socrates เคยกล่าวไว้

ภาพถ่ายโดย Gustavo Fring จาก Pexels

คุณเคยย้ายชีวิตของคุณไปอยู่ในโหมดไร้คนขับไหม?

ถ้ารู้สึกว่ามันทำให้คุณแห้งแล้ง
นั่นคือข้อเท็จจริงที่สะท้อนอยู่ในในความเงียบ ขณะที่คุณนอนลืมตาโพลงในความมืด

1. ความสําเร็จที่ยิ่งใหญ่เกิดจากเป้าหมายที่เราสามารถมองเห็นภาพในอนาคตได้ชัดเจน
– ความสําเร็จที่ยิ่งใหญ่อาจเริ่มต้นจากความล้มเหลว แน่นอนว่าถ้าเราคิดต่างไม่ได้ เราอาจผิดพลาดในการกำหนดแผนหรือไม่สามารถเอาอยู่ในบางขั้นตอน มันก็อาจทำให้เราเสียความรู้สึก ความสําเร็จต้องการความอดทนและทัศนคติเชิงบวก แม้ว่าเราจะต้องหวั่นไหวต่อความเชื่อมั่นของตัวเองในจุดเริ่ม – ให้ทบทวนและบาลานซ์

 

2. Being busy does not equal being productive – ยุ่งไม่ได้หมายความว่าจะได้ผล
ตอนนี้ผู้คนต่างมีชีวิตที่ยุ่งยาก ที่ข้างนอกนั่นเราต่างเห็นผู้คนเร่งรีบ ผู้คนวิ่งจากการประชุมหนึ่งไปยังอีกวง มันได้ผลจริงหรือ? หรือเราแค่วิ่งอยู่ในวังน้ำวน วุ่นวายโดยที่ยังไม่ได้ทําอะไรเลย?

มีความจริงที่ทุกคนควรจดจํา คือไม่ว่าจะรวยหรือจน ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างหรือเจ้านาย ทุกคนมีเวลาแค่ 24 ชั่วโมงเท่ากันในหนึ่งวัน และเมื่อเวลาผ่านไป ถ้าได้กลับมาพิจารณา เราจะพบว่าเราต่างใช้เวลานั้นหมดไปไดยไร้ประโยชน์ ทั้งที่บางทีเราไม่จําเป็นต้องยุ่งขนาดนั้น แค่ตั้งใจทํา 1, 2 สิ่งหลักที่มีส่วนร่วม 80% กับความสําเร็จของเราในแต่ละวันก็เหลือเฟือแล้ว

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อ E-Book

3. เราจะพบสิ่งดี ๆ – แค่คิดดีทำดีกับคนรอบตัว
หากเราอยากเปลี่ยนชีวิตให้เป็นกราฟขาขึ้นมากขึ้น เราก็ควรจะเริ่มคิดเกี่ยวกับการเพิ่มเพื่อนใน Facebook ให้น้อยลง หรือส่องโปรไฟล์ให้ละเอียดก่อนรับ ชีวิตเราจะแย่มากขึ้นทุกที หาเปิดแท็บเล็ตเปิดคอมฯ แล้วเห็นแต่คนบ่น คนเพ้อ คนป่วย คนคิดลบอยู่เต็มไปหมด

วางมันลง – อุปกรณ์การสื่อสารน่ะแหละ แล้วเงยหน้าสบตาคนรอบ ๆ เพื่อดูอย่างจริง ๆ จังว่า เราจะช่วย เราจะสนับสนุนอะไรเขาได้ – มันคือความสัมพันธ์ในโลกแห่งความเป็นจริง

4. ชีวิตในแบบที่เราต้องการจริง ๆ “กลับมาได้” – ชีวิตใหม่สร้างขึ้นได้โดยใจเราเอง
หลายคนมักจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ดูเหมือนว่า ความสุขมันหายาก จริง ๆ แล้วเป็นการตัดสินใจทั้งหมดของเราเองที่สร้างสถานการณ์นั้นขึ้นมา หากรู้สึกว่าตัวเองไม่มีทางออก นั่นอาจเป็นเพราะว่าเราไม่ยอมรับความเสี่ยงที่จะทําตามจุดประสงค์ของในชีวิต ก่อนจะตัดสินใจอะไรเราควรจําให้ได้ว่าเราจะยืนอยู่ในบันไดสุดท้าย ถ้าเราไม่สามารถสร้างบันไดขั้นต่อไป เราก็จะติดแหง็กอยู่ตรงนั้น – หวังว่าบทความนี้จะสร้างบันไดให้คุณได้นะ

ภาพถ่ายโดย Sanaan Mazhar จาก Pexels

5. Fear is the #1 source of regret – ความกลัวคือเหตุผลแรกทําให้คนเสียใจ
ไม่กล้าทํา ไม่สนใจโอกาส และไม่คิดใหม่ ในที่สุดความเสียใจ การขาดความมั่นใจก็เป็นหมอกควันที่จะตึดหนึบกับบุคลิกภาพ

หากกลัวก็พยายามถามตัวเองว่าว่า “What’s the worst” – อะไรคือสิ่งที่แย่ที่สุดที่เกิดขึ้นได้?” ก่อนการตัดสินใจ ถ้าไม่ได้ไปฆ่าใครมา ไปเบียดเบียนใคร ไปทำอะไรผิดศีลธรรมก็ไม่มีอะไรจะต้องกลัว ทําแล้วล้มเหลวก็ไม่เป็นไร ดีกว่ามานั่งเสียใจเสียดายในภายหลัง

6. ไม่ต้องรอให้ใครมาเห็นด้วยหรือต่อต้าน – อย่ารอให้คนอื่นขอโทษก่อนจะให้อภัย
เพราะเมื่อเราโกรธเราเกลียด จริง ๆ แล้วเรากําลังทําลายชีวิตตัวเราเอง คนที่ถูกเราโกรธเขาไม่รู้สึกอะไรหรอก แต่อารมณ์ด้านลบนั้นมันจะติดอยู่ในใจเรา มันจะหลอกหลอนเรา ให้เจ็บช้ำอยู่ตลอดเวลาที่เราโง่

7. Live in the moment – ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
มันไม่ยุติธรรมต่อตัวเองเลย หากเราไม่รู้จักอยู่กับปัจจุบัน ไม่มีใครที่จะสามารถเข้าถึงศักยภาพของตัวเองได้ขณะที่ฟุ้งไปกับอนาคต ทุกข์กับอดีต หรือคุมตาหูจมูกลิ้นกายใจไม่ได้เมื่อมีเหตุปัจจัยมากระทบ ความเสียใจไม่สามารถเปลี่ยนอดีตได้ ความกังวลไม่ได้เปลี่ยนแปลงอนาคต ถ้าจิตวิ่งไปที่โน่นที่นี่อยู่ตลอดเวลา เราก็ไม่สามารถที่จะมีชีวิตเป็นของตนเอง

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

8. Your self-worth must come from within – คุณค่าของมนุษย์คือคุณค่าจากภายใน
ของนอกกาย ความอยากที่ให้เกิดความทุกข์ – ละซะบ้างเถอะ

หากสิ่งที่เราต้องการขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก เราจะรู้สึกว่างเปล่าขัดสนตลอดไปเพราะเราไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง หนทางแห่งการค้นหาความสุขคือการย้อนกลับไปพิจารณาภายในของเรา วันใดที่เรามีความสุขพอใจในสิ่งที่เราคิดและทําอย่างกระตือรือร้นนั่นคือตัวขี้วัดว่าเราเป็นคนที่มีคุณค่า

9. ชีวิตนี้สั้น – มันสั้นมาก
อย่าไปเที่ยวด่าคนอื่น ตัดพ้อสังคม หรือหมั่นไส้ใคร
เราต่างมีเวลาไม่นานนักหรอก ใส่ใจตัวเองเถอะ ลดคนป่วยทางใจไปสักคนโลกมันก็ดีขึ้นเอง

10. Change is inevitable Embrace it! – การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งสําคัญ
ทุกคนกลัวสิ่งใหม่กลัวการเปลี่ยนแปลงกลัวสิ่งที่ไม่รู้ แต่ถ้าเราทําสิ่งที่เราทําอยู่เหมือน ๆ เดิมต่อไป เราจะทําอะไรได้ดีขึ้น สร้างสรรค์ให้มันดีขึ้นได้อย่างไร? อย่าอยากต้องการแตกต่างโดยไม่อยากเปลี่ยน

ภาพถ่ายโดย Alexas Fotos จาก Pexels

วอลเตอร์เพย์ตันชี้ว่า “เมื่อคุณถนัดอะไรคุณจะบอกทุกคน เมื่อคุณเก่งในบางสิ่งบางอย่างพวกเขาจะบอกคุณเอง”

หากไม่มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่าคุณจะประสบความสําเร็จแบบไหน คุณจะไม่มีวันรู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน นี่เป็นสิ่งสําคัญแต่มันไม่จําเป็นต้องเกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน ทํางานบนวิสัยทัศน์ของคุณทุก ๆ วัน และปล่อยให้มันพัฒนาขึ้นในขณะที่คุณเรียนรู้รับรู้ความก้าวหน้าในเส้นทางของคุณด้วยตัวคุณเอง

ทันทีที่คุณตระหนักว่าคุณมีทางเลือก ความทุกข์ยากก็จะบอกให้ได้ตระหนักว่าคุณควบคุมมันได้

บทเรียนที่ใหญ่ที่สุดมักจะมาจากความล้มเหลวที่ใหญ่ที่สุด

ความล้มเหลวเป็นข้อเสนอแนะ

นั่นคือความเข้าใจที่สามารถแสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหว ในการก้าวไปในครั้งต่อไปของคุณ

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

บทความโดย: วิชาอาแปะ สอนรวย
ครูพี่ม้อค ธวัชชัย พืชผล

สำนักพิมพ์ 7D Book & Digital

ขอบคุณภาพประกอบจาก: เว็บไซต์ Pexels