Spread the love

ใบหน้าเปื้อนยิ้มของคู่สนทนา อาจไม่ได้เกิดจากความเป็นมิตรเสมอไป.. เพราะจิตใจของคนเรานั้น ยากแท้หยั่งถึง! 

บทความที่ว่าด้วยเรื่องของอารมณ์อันซันซ้อน ความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิง และความรู้สึกของมนุษย์ที่แม้จะพยายามเก็บซ่อนเอาไว้แค่ไหน แต่สุดท้ายก็ปิดบังความจริงในใจเอาไว้ไม่มิด

มนุษย์เราไม่ต่างจากหุ่นจำลองที่มีหน้ากากหรือหัวโขนนับร้อยนับพันแบบให้เลือกสวมใส่ 

หน้ากากที่แสร้งว่าจริงใจ…
หน้ากากที่แสร้งว่ากำลังมีความสุข
หน้ากากที่แสร้งว่ารู้สึกเห็นอกเห็นใจคนตรงหน้า
หรือหน้ากากที่แสร้งว่า…ฉันอยากเป็นเพื่อนกับเธอเหลือเกิน

บางคนสวมใส่หน้ากาก(แสร้างว่า)จนเคยชิน และแอบซ่อนใบหน้าที่แท้จริงอันแสนจะบูดบึ้งเอาไว้ภายใต้หน้ากากแห่งรอยยิ้มที่ดูไร้เดียงสา

ภาพถ่ายโดย Наталия Котович จาก Pexels

พวกเราทุกคนต่างสวมหน้ากากเข้าหากัน..งั้นก็หมายความว่า ไม่มีใครจริงใจกับเราเลยงั้นเหรอ?

เกริ่นไปแบบนั้นอาจจะทำให้หลายคนเข้าใจผิด ต้องขออธิบายใหม่แบบนี้ว่า.. อันที่จริงแล้วการที่คนเราใส่หน้ากากเข้าหากัน มันก็ไม่ใช่เรื่องผิดบาปร้ายแรงอะไรขนาดนั้น แถมยังเป็นเรื่องปกติ(โคตรๆ)อีกด้วย 

ก็คนเราต้องเข้าสังคมหลากหลายแบบ ต้องเจอคนร้อยพ่อพันแม่ บทบาทและการแสดงออกก็ต้องแตกต่างกันไปด้วยเป็นธรรมดา เพราะฉะนั้นจะเหมารวมว่าไม่มีใครจริงใจเลยสักคนก็คงจะเป็นไม่ได้

แต่ถึงอย่างนั้นก็อย่าเพิ่งชะล่าใจนัก..เพราะถึงแม้จะมีแต่คนรักและหวังดี คุณก็ยังมีโอกาสเจอคนหลอกลวงอยู่วันยังค่ำ

เมื่อมิตรและศัตรูต่างส่งยิ้มให้กับเรา ต้องทำยังไงถึงจะไม่หลงกลพวกคนไม่ดี ?

นี่คือเทคนิคอ่านภาษากาย..ให้รู้ใจคน ไปดูกันว่ามันเป็นยังไง  

ภาพถ่ายโดย Keira Burton จาก Pexels

อยากตามทัน ห้ามหลงคำหวาน ต้องอ่านสายตาและท่าทางให้ออก

หลายครั้งที่ถ้อยคำแสนอ่อนหวานของคู่สนทนา ทำให้เราหลงมัวเมาจนกลายเป็นเหยื่อของคำโกหกเอาง่าย ๆ เพราะสำหรับบางคนการปั้นคำพูดให้ดูสวยหรูเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่วิธีจับไต๋คนพวกนี้ก็ง่ายมากเช่นกัน

เริ่มจากเชื่อคำพูดของคนตรงหน้าแค่ 50% เท่านั้น แล้วตั้งสติ สังเกตดูลักษณะภาษากายของเขาที่หลุดออกมาตามธรรมชาติแทน เพราะบางทีอาการเหล่านั้นเขาก็แสดงมันออกมาโดยไม่รู้ตัว เรียกว่าเป็นเนื้อแท้ที่อยู่ก้นบึ้งภายในจิตใจนั่นแหละ

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อ E-Book เล่มนี้

ภาษากายมันหลอกกันยาก…

ยกตัวอย่างสถานการณ์ง่าย ๆ เช่น คนตรงหน้าเอ่ยปากบอกว่าฉันรักคุณด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง พร้อมทั้งมีดวงตาเป็นประกายสื่อถึงความรู้สึกข้างใน คุณจะเห็นได้ชัดเจนโดยไม่ต้องพยายาม

แต่ถ้าใครบางคนบอกกับคุณว่า ‘ฉันไม่โกรธหรอก’ แต่ดวงตาของเขากลับขุ่นขวาง ใบหน้าดูบึ้งตึง น้ำเสียงสะบัดห้วน แม้จะฝืนเก็บความรู้สึกเอาไว้แล้ว คุณก็พอจะเข้าใจความรู้สึกของเขาได้

แต่ถึงจะบอกว่าภาษากายโกหกกันไม่ได้ แต่คนส่วนใหญ่ก็มักจะถูกหลอกด้วย รอยยิ้มหวาน ๆ กันอยู่ดี

ภาพถ่ายโดย Shvets Anna จาก Pexels

รอยยิ้มแบบนี้..จริงใจแค่ไหนกัน ?

การยิ้มนับว่าเป็นภาษากายที่เสแสร้งแกล้งทำได้ (ลองสังเกตตัวเองดู เพราะบางครั้งคุณอาจเผลอทำมันบ่อย ๆ) 

สถานการณ์ที่อาจทำให้คุณต้องเจอกับรอยยิ้มจอมปลอมนี้ก็อย่างเช่น เมื่อคุณได้รับการเลื่อนตำแหน่ง ได้ขึ้นเงินเดือน แล้วคนรอบข้างต้องปรบมือชื่นชมแสดงความยินดีให้กับคุณ ทั้ง ๆ ที่บางคนเขาไม่ได้สนิทกับคุณด้วยซ้ำ ก็เลยไม่ยินดียินร้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้น หรือตรงนั้นอาจมีคู่แข่งที่ไม่ชอบขี้หน้าคุณด้วย แต่ต้องเสแสร้งไปอย่างงั้นเพื่อรักษาภาพลักษณ์ให้ดูดี แล้วจะสังเกตได้ยังไง ?

ภาพถ่ายโดย Christina Morillo จาก Pexels

ในหนังสือ ฉลาดทันคนในทุกสถานการณ์ ได้บอกเอาไว้ว่า “ยิ้มหลอกลวงจะเป็นการยิ้มโดยใช้ริมฝีปากล่างอย่างชัดเจน ซึ่งฟันล่างนั้นจะเปิดให้เห็น ในขณะที่ฟันบนจะถูกปิด ตาจะเปิดกว้างและมองเขม็ง ไม่มีประกายตาที่เป็นมิตร และคิ้วจะอยู่ในระดับเดียวกัน

สรุปง่าย ๆ มันก็คือการฝืนยิ้มแห้ง ๆ ยิ้มแบบขอไปที ยิ้มตึง ๆ จนแทบไม่มีริ้วรอยเกิดขึ้นบนใบหน้า ในขณะที่ดวงตาก็จะฟ้องทุกความรู้สึกออกมา ประมาณว่า..เหอะ ๆ ฉันยิ้มให้เธอก็ได้จ้า

ภาพถ่ายโดย Andrea Piacquadio จาก Pexels

รอยยิ้มที่มาจากใจจริง ไม่ได้มีไว้เพื่อผูกมิตรและหาผลประโยชน์นั้น จะปรากฏขึ้นบนใบหน้าทันทีเมื่อเกิดเรื่องน่ายินดีขึ้น ยิ้มนั้นจะดูเป็นธรรมชาติ ไม่ดูฝืน ไม่ดูเกร็งแต่อย่างใด ลองสังเกตตอนที่คุณยิ้มหัวเราะอย่างมีความสุขดูก็ได้ ถุงใต้ตาของคุณจะดูเด่นชัด ตาจะหยีเล็กลง แต่ดูเป็นประกาย

ถ้าคนตรงหน้ายิ้มแห้ง ๆ ใส่คุณล่ะก็..มีไม่กี่เหตุผลหรอก เขาไม่อยากคุยกับคุณ เขาไม่มีอารมณ์ร่วมกับคุณ เขาไม่ได้ชอบคุณ หรือเขาไม่ได้รู้สึกยินดีกับคุณจริง ๆ เลย นั่นเอง 

ภาพถ่ายโดย AaDil จาก Pexels

สายตาแบบนี้ ดูมีพิรุธนะ

คนที่ใส่หน้ากากเข้าหาคุณและไม่จริงใจพอที่จะพูดเรื่องจริงให้ฟัง คุณสามารถจับไต๋เขาจากดวงตาก็ได้นะ อย่างที่โบราณเขาว่า ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ พยายามโกหกแค่ไหน สุดท้ายต้องโดนจับได้อยู่ดี

เช่น ถ้าคุณถามเขาว่า ‘ของที่ฝากเธอไว้หายไปไหนน่ะ’ เขาอาจจะตอบคุณว่า ‘ไม่รู้เหมือนกัน หายไปตอนไหนเนี่ย ไม่รู้ตัวเลย’ ถ้าคำตอบนั้นออกมาอย่างหนักแน่นและดูนิ่งเฉย พร้อมทั้งท่าทีกระตือรือร้นอยากช่วยหา ก็คงจะพอเชื่อได้ว่านั่นคือเรื่องจริง 

ภาพถ่ายโดย Alex Green จาก Pexels

แต่ถ้าเขามีท่าทีชะงัก หยุดคิดนิดนึง แล้วส่งสายตาก็ลอกแลกไปมา จากนั้นจึงหลบสายตาของคุณ ก็มีโอกาสสูงที่คำตอบนั้นจะเป็นเรื่องโกหกที่เขาสร้างขึ้นมาให้คุณตายใจ เพราะเขาอาจเป็นสาเหตุของเรื่องที่คุณกำลังพูดอยู่นั่นเอง

คนโกหกมักไม่สู้สายตา เพราะกำลังปิดบังซ่อนเร้นบางสิ่งบางอย่างอยู่ อีกทั้งสายตาของเขาก็จะส่ายไปมา ดูหลุกหลิก เพราะพยายามคิดหาเรื่องโกหกอยู่ และอาการเหล่านี้แม้จะพยายามเก็บซ่อนไว้หรือเตรียมตัวโกหกมาดีแค่ไหน สุดท้ายก็หลุดรอดออกมาอยู่ดี

. . .

แต่ทั้งหมดนี้ มันก็เป็นแค่การสังเกตภาษากายดูเท่านั้น อย่าเพิ่งไปด่วนสรุปว่าคนนั้นคนนี้นิสัยไม่ดีล่ะ เพราะบางคนอาจจะแค่ยังไม่สนิทกันมากพอ ก็เลยไม่อินไม่สนใจเรื่องของคุณ หรือเขาอาจจะเป็นพวกเสือยิ้มยาก ที่เคร่งขรึมแต่จิตใจดีอย่างมากก็เป็นได้

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อ E-Book เล่มนี้

เรียบเรียงโดย: กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ 7D Book&Digital

ขอบคุณภาพประกอบจาก: เว็บไซต์ Pexels