Spread the love

ยิ่งคุยกัน ยิ่งไม่เข้าใจ..ปัญหาความสัมพันธ์ขั้นเรื้อรังของคนในออฟฟิศ !

ถ้าไม่ยอมปรับตัวเข้าหากัน สักวันต้องกระทบกับเรื่องงานแน่นอน 

คำที่เขาพูดกันว่า ‘ยิ่งมากคน ยิ่งมากความ’ คือเรื่องจริง โดยเฉพาะเมื่อคุณอยู่ในองค์กรใหญ่ ๆ ต้องทำงานร่วมกับผู้คนอีกเกือบร้อยชีวิตที่มีนิสัยใจคอแตกต่างกันไปหมด 

คุยกับคนหนึ่งรู้เรื่อง.. แต่อีกคนกลับไม่เข้าใจ พออธิบายมากเข้าก็หาว่าเราน่ะจู้จี้จุกจิก สุดท้ายก็เลยได้แค่บรีฟงานชุ่ย ๆ แล้วก็กลับมานั่งอึดอัดใจอยู่บนโต๊ะทำงานตัวเดิมแล้วบ่นว่า ‘ทำไมไม่เข้าใจกันบ้างนะ!’ 

ใจเย็นก่อน..อย่าเพิ่งหัวฟัดหัวเหวี่ยง 

จำไว้ว่าโลกมันไม่ได้หมุนรอบตัวเรา เพราะงั้น..ถ้าอยากให้คนอื่นเข้าใจ ก็หัดเข้าใจตัวตนของคนอื่นซะบ้าง 

Photo by nappy from Pexels

ผู้คนนับร้อย ต่างคน ต่างที่มา..จะให้นิสัยเหมือนกันไปซะหมด (อย่างกับหุ่นยนต์) ก็คงจะเป็นไปไม่ได้

เพราะความเป็นมนุษย์ จึงทำให้บุคลิกลักษณะของเราที่แสดงออกมานั้นแตกต่างกันไป รวมไปถึง ‘ท่านั่ง’ ที่สามารถบ่งบอกถึงตัวตนของผู้คนได้เป็นอย่างดี

ถ้าอยากเข้าใจใครสักคนมากขึ้น ลองอ่านใจของพวกเขาผ่านท่านั่ง แล้วคุณจะรู้ว่าต้องทำอย่างไร..ถึงจะเข้าหาคนกลุ่มนี้ได้ดียิ่งขึ้น

Photo by Andrea Piacquadio from Pexels

ท่านั่งแบบที่ 1 :
นั่งบนเก้าอี้ แต่ยกเท้าขึ้นมาวางบนโต๊ะ

ท่านั่งแบบนี้ไม่ได้พบเห็นกันง่าย ๆ ในที่ทำงาน เพราะตามมารยาทของคนไทยนั้น จะถือกันว่ามันไม่สุภาพและไม่ให้เกียรติคนตรงหน้าเลยสักนิด แต่ถ้าใครคนนั้นกำลังนั่งอยู่ในห้องทำงานที่มีคนอยู่น้อย ก็อาจเป็นไปได้ว่าเขาจะยกขาขึ้นมาวางบนโต๊ะให้คุณเห็น

แล้วพวกเขาเป็นคนยังไงนะ ?

คนที่กล้ายกขาขึ้นมาวางบนโต๊ะทำงาน ส่วนมากจะรู้ตัวดีว่าตนมีอำนาจเหนือกว่าผู้คนรอบตัว อีกทั้งังแสดงถึงการเป็นเจ้าของสถานที่แห่งนั้นอีกด้วย หรือเขาอาจต้องการบอกกับคุณอ้อม ๆ ว่า นี่คือพื้นที่ของเขา เขามีอำนาจ และคุณคือคนที่ต้องเคารพเขาด้วย ซึ่งส่วนมากแล้วคนที่จะแสดงอำนาจได้เต็มที่ขนาดนี้ ก็มักจะเป็นคนที่อยู่ในระดับหัวหน้า

วิธีการเข้าหาคนกลุ่มนี้ ง่ายมาก คือ อย่าไปต่อล้อต่อเถียง คุยเฉพาะเรื่องงานและผลประโยชน์ให้ชัดเจน.. อ่อนได้ แต่อย่ายอมให้เขากดหัว ทำงานของเราให้ดีและมีข้อผิดพลาดน้อยที่สุด แล้วคนกลุ่มนี้จะใช้อำนาจกวนใจคุณไม่ได้อีกต่อไป

Photo by cottonbro from Pexels

ท่านั่งแบบที่ 2 :
นั่งไขว้ข้อเท้าและบีบมือตัวเอง

คนกลุ่มนี้มักนั่งไขว้ข้อเท้าอยู่บ่อย ๆ จนเคยชิน และหลาย ๆ ครั้งพวกเขาอาจบีบมือของตัวเองไปด้วย

ถ้าคุณเห็นแบบนี้ขอให้ใจเย็นกับคนกลุ่มนี้ และเข้าใจเอาไว้เลยว่าพวกเขากำลังตกอยู่ในสภาพอารมณ์หวาดหวั่น รู้สึกไม่มั่นคง การที่เขานั่งบีบมือตัวเองแบบนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะกำลังตื่นเต้นที่ต้องออกไปนำเสนองาน ก็คงจะเป็นเพราะกำลังเพิ่มความมั่นใจ และสร้างความเข้มแข็งให้กลับมาอีกครั้งอยู่

วิธีการเข้าหาคนกลุ่มนี้ คือ ลองพูดถึงข้อดีและชื่นชมผลงานของเขาเพื่อเสริมกำลังใจ ก่อนที่จะบอกถึงสิ่งที่ต้องแก้ไขอย่างใจเย็น อย่าใช้แต่อารมณ์ เพราะมันอาจทำให้พวกเขาสูญเสียความมั่นใจยิ่งไปกว่าเดิม 

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อ E-Book เล่มนี้

ท่านั่งแบบที่ 3 :
นั่งบนขอบเก้าอี้ 

คนที่ชอบนั่งบนขอบเก้าอี้เป็นประจำ มักจะเป็นคนประเภทที่มีความหนักแน่นและมั่งคงในตัวเองมากเลยทีเดียว และถ้าหากเขาคิดจะทำหรือตัดสินใจจะทำอะไรแล้ว เขาจะตั้งใจและเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่งมั่นอย่างมาก

ขอบอกเลยว่าถ้าพวกเขาตัดสินใจอะไรแล้ว ก็ยากที่จะเปลี่ยนแปลง ถ้าต้องการปรับเปลี่ยนงานทั้งหมด ก็คงต้องคุยกันยาวหน่อย เพราะมันไม่ง่ายเลยที่คุณจะเปลี่ยนใจเขาได้ด้วยคำพูดแค่ไม่กี่คำ คุณต้องมีเหตุผลดี ๆ ที่ฟังขึ้นเท่านั้นแหละ 

วิธีการเข้าหาคนกลุ่มนี้ คือ ก่อนจะเข้าไปคุยงานชิ้นไหนก็ตาม คุณต้องเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี วางแผนมาให้พร้อม อย่าวางระบบงานมั่ว ๆ แล้วคิดจะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เพราะพวกเขาคงไม่ยอมง่าย ๆ แน่

Photo by Polina Tankilevitch from Pexels

ท่านั่งแบบที่ 4 :
นั่งกลับหลังบนเก้าอี้

ท่านั่งของคนกลุ่มนี้แม้จะทำให้พวกเขาดูเหมือนเป็นคนสบาย ๆ ผ่อนคลายและเป็นกันเอง แต่อันที่จริงแล้ว หลาย ๆ คนมักชอบวางอำนาจ และมีความก้าวร้าวในตัวสูงมากเลยทีเดียว ถ้าคนกลุ่มนี้อยู่ในระดับหัวหน้า ก็เป็นไปได้ว่าคุณอาจต้องปวดหัวกับเขามากสักหน่อย หรือถ้าเขาเป็นเพื่อนร่วมงานของคุณ ก็อาจเป็นไปได้ว่าคุณต้องฟังเขาพูดเรื่องไม่เข้าหูอยู่บ่อย ๆ  

วิธีการเข้าหาคนกลุ่มนี้ คือ พยายามใช้เหตุผลเข้าสู้ ถ้าพวกเขาแสดงอาการก้าวร้าวออกมา ก็ขอให้นิ่งไว้ อย่าไปมีปัญหา รีบคุยกันให้ชัดเจนแล้วแยกย้ายกันไปทำงานต่อ 

Photo by Andrea Piacquadio from Pexels

ท่านั่งแบบที่ 5 :
นั่งไขว่ห้าง 

คนในกลุ่มนี้มักมีภาพลักษณ์เป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็ง ทำงานเก่ง แน่วแน่ และไม่วอกแวกกับอะไรง่าย ๆ 

และเมื่อถึงตอนที่ต้องเจรจาธุรกิจกัน หากคุณเห็นว่าพวกเขาเปลี่ยนจากท่านั่งธรรมดาเป็นไขว่ห้างแล้วล่ะก็ มันไม่ใช่เพื่อความสบายแค่เพียงอย่างเดียวหรอกนะ แต่มักจะเกิดขึ้นตอนที่พวกเขาเริ่มต้นต่อสู่ แข่งขันและฟาดฟันกัน ทำให้ตนเหนือกว่าอีกฝ่าย เพื่อให้ง่ายต่อการเจรจาธุรกิจ 

วิธีการเข้าหาคนกลุ่มนี้ คือ ต้องลับคมสมองมาให้กริบ! ฟาดฟันกันไปตามเนื้องาน ถ้าเขาเห็นว่าคุณน่ะเจ๋งจริง เขาจะยอมรับและเปลี่ยนจากการฟาดฟันเป็นการเจรจาที่สนุกและมัน(ส์)มาก ๆ แทน 

Photo by Samson Katt from Pexels

ท่านั่งแบบที่ 6 :
นั่งไขว่ห้างพลางเตะปลายเท้าเบา ๆ 

การเตะปลายเท้าเบา ๆ แสดงให้เห็นว่าพวกเขากำลังรอใครบางคนหรือรออะไรบางอย่าง และขอให้คุณคาดเดาเอาไว้เลยว่า ภายในใจของเขาคงกำลังบ่นพึมพำว่า ใจเย็น ๆ คอยอีกหน่อยนะ 

ถ้าคุณมีงานที่ค้างกับพวกเขาเหล่านี้ ก็ขอให้เตรียมใจเอาไว้เลยว่า ต้องโดนทวงอย่างแน่นอน 

วิธีการเข้าหาคนกลุ่มนี้ คือ ลองสำรวจดูว่าคุณมีงานชิ้นไหนคั่งค้างอยู่หรือเป่า เพราะคนกลุ่มนี้อาจกำลังนับถอยหลัง รอเวลาให้คุณรู้ตัวเองว่าควรมาส่งมาได้แล้ว แต่ถ้าคุณไม่ได้มีอะไรคั่งค้างกับพวกเขา ก็ขอให้รู้ไว้ว่าอย่าเพิ่งเข้าไปกวนใจตอนนี้เลย ปล่อยให้สิ่งที่พวกเขารอคอยมาถึง แล้วค่อยเข้าไปคุยงานต่อจะดีกว่า 

Photo by LinkedIn Sales Navigator from Pexels

ท่านั่งแบบที่ 7 :
นั่งเอนหลับอย่างสบายใจ

ถ้าพวกเขานั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ด้วยใบหน้าที่อารมณ์ดีหรือเหม่อลอย แสดงว่าเขากำลังอยู่ในอารมณ์ที่ผ่อนคลาย สบายใจ และมีความสุขอยู่กับความสงบเล็ก ๆ ในออฟฟิศ

แต่ถ้าสังเกตกูแล้ว เขานั่งแต่ท่านี้ทุกวันเป็นระจำ ก็อาจบอกได้ว่า เขาเป็นคนที่มีความมั่นใจเหลือล้น และเชื่อมั่นในตัวเองมาก ๆ 

วิธีการเข้าหาคนกลุ่มนี้ ไม่ยากเท่าไรนัก ถ้าหากเห็นท่าทีว่าเขากำลังผ่อนคลาย นั่นหมายความว่าคุณเข้าไปผูกมิตรและคุยเรื่อยงานกับเขาได้สบาย ๆ เลยล่ะ

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อ E-Book เล่มนี้

. . .

*** คำเตือน : ทำนายนิสัยผ่านท่านั่งอาจไม่แม่นยำ 100% นี่เป็นเพียงลักษณะผิวเผินที่พบเห็นได้ทั่วไปเท่านั้น ถ้าอยากรู้จักใครมากขึ้น ดูแค่ท่านั่งคงยังไม่พอ ลองลุกขึ้นไปทำความรู้จักกับเขาดู

. . .

เรียบเรียงโดย: ณัฐริกา หลิมไทยงาม
กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ 7D Book&Digital

ขอบคุณภาพประกอบจาก: เว็บไซต์ Pexels