ทําคอนเทนต์แบบมือมืออาชีพสำเร็จหรือไม่
ขึ้นอยู่กับว่าคุณรักมันมากแค่ไหน

นี่คือการสรุปสิ่งที่ผมแนะนำเด็กอายุ 25 สามคนที่จบปริญญาโทจากอังกฤษ – คนหนึ่งจบการเงิน อีกคนจบการตลาด อีกคนจบด้าน AI

ผมให้พวกเขาบอกว่าชอบเพจ ชอบเว็บ ชอบอินสตาแกรม ชอบยูทูปของใครบ้าง
เมื่อพวกเขาตอบ ผมให้สรุปแค่บรรทัดเดียวว่าทำไมพวกเขาชอบแบรนด์นั้น ๆ

“มันแตกต่าง มันโดดเด่น ไม่เหมือนกับที่คนส่วนใหญ่เขาทำกัน” – คือสิ่งที่ทั้งสามคนบอก
เข้าทางครับ เพราะผมจะได้แนะนำในสิ่งที่สมควรแนะและพวกเขาอยากฟัง

อย่าจ้างคนอื่นมาเขียนคอนเทนต์ให้ เพราะคิดว่าเขาเป็นมืออาชีพ ถ้าคุณจ้างคนอื่นมา ปัญหาหลัก ๆ ที่ทำให้ไม่สำเร็จก็คือพวกเขาไม่มีวันเข้าใจสิ่งที่คุณต้องการจริง ๆ

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

สิ่งที่แย่มาก ๆ ในการสร้างแบรนด์ในไทยในปัจจุบันนี้ คือคนที่อยากมีตัวตนมักคิดไปว่าต้องลงคอนเทนต์ถี่ ๆ ใส่รูปสวย ๆ นั่นเองที่ทำให้พวกเขาตกอยู่ในกับดัก “ความธรรมดา”

มันเหมือนกับนักร้องที่ไม่มีอินเนอร์กับบทเพลง
เหมือนนักพูดที่ท่องมาพูดและไม่สามารถสัมผัสผู้ฟังได้
เหมือนบาริสต้าที่ไม่รินหัวใจ ไม่ใส่ใจในทุกอุณหภูมิน้ำ ก่อนที่จะดริปให้กับลูกค้า
ผลลัพธ์คือความจืดจาง

เว็บไซต์ เพจ และคนสร้างแบรนด์ส่วนใหญ่จะทําตามสูตรสำเร็จ ในที่สุดคนก็ลืม
เพราะมันไม่สามารถสัมผัสใจกลุ่มเป้าหมายได้

ภาพถ่ายโดย Ivan Samkov จาก Pexels

หากคุณต้องการที่จะพัฒนาเนื้อหาและความเป็นมืออาชีพจริง ๆ คุณต้อง “จริง” กับมัน
คุณทําเพื่ออะไร เขียนเพื่ออะไร หรืออ่านเพื่ออะไร หากมีไว้เพื่อหาเงินก็ไม่เป็นไร แต่ความสําเร็จด้านการเงินเป็นเพียงผลลัพธ์ไม่ใช่เป้าหมาย

ผมไม่ได้บอกว่าผมเก่งกว่าคนอื่น แต่คุณถ้าอ่านเนื้อหาในออนไลน์ส่วนใหญ่ก็จืดชืด ไม่มีชีวิต ไม่ต่างอะไรกับศพเดินได้ เพราะคอนเทนต์นั้นมันมีความหมาย มันแสดงถึงความคิดในหัวของคุณ และผู้อ่านจะรู้ทันทีว่าคุณเป็นคนที่ใช่หรือเปล่า

หากคุณรักที่จะสร้างแบรนด์ สร้างตัวตน คุณต้องเป็นคนมีเนื้อหาสาระ มีเรื่องราวและหลงใหลในการเขียน คุณต้องพัฒนาความสามารถของคุณ เพื่อทำให้คุณ แบรนด์ของคุณเป็นที่จดจำ เพราะแบรนด์ ประสบการณ์ของลูกค้าที่มีต่อคุณคือมูลค่าสูงสุดของธุรกิจ

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

1. ถ้าคุณทําเกี่ยวกับอาหาร คุณต้องรักมันมากจนสามารถพูดเรื่องอาหารได้อย่างมีชีวิตชีวา สามารถเรียนรู้เพื่อพัฒนาฝีมือได้โดยไม่เบื่อ

2. ถ้าคุณทําแบรนด์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวคุณต้องมี Passion มากพอ สามารถแชร์ประสบการณ์ของคุณได้อย่างต่อเนื่องด้วยความเป็นธรรมชาติ (ไม่ใช่เสแสร้งแกล้งดัด) และคุณสนุก ตื่นเต้นเสมอในทุก ๆ ทริป

3. ถ้าคุณทําเกี่ยวกับหลักทรัพย์ การเงินการลงทุน คุณสนใจมันมากถึงขนาดหากใครเริ่มพูดเรื่องนี้ ตาของคุณจะมีประกาย และกระโดดเข้าร่วมวงในทันทีหรือไม่?

4. ถ้าคุณทํางานด้านเศรษฐศาสตร์ คุณพร้อมที่จะอ่านหนังสือหลายร้อยเล่มเพื่อวิเคราะห์และถกเถียงในทุกที่หรือไม่?

5. คุณเป็นไลฟ์โค้ช ที่ช่วยทำให้ผู้คนอยู่อย่างมีคุณค่า มีชีวิตที่มีความหมาย คุณเข้าใจสิ่งที่คุณพูดจริง ๆ หรือแค่คัดลอกมาจากบทความของชาวบ้านในโลกออนไลน์? จากประสบการณ์ของผม ไม่ใช่เพียงเพราะพวกคุณแค่ชอบมันในระดับที่พูดสนุก ๆ ไม่กี่ครั้ง บางคนอาจจะเขียนเกี่ยวกับมัน แต่ท้ายที่สุดก็หยุด บางทีอาจจะพูดถึงมันแต่ก็นั่นแหละ คุณไม่หลงใหลมากพอที่จะแสดงความคิดเห็นซ้ำ ๆ หรือยืนหยัดในมุมคิดที่จะสร้างตัวตนในแบบที่คุณอยากเป็น

ภาพถ่ายโดย Judit Peter จาก Pexels

ถ้าคุณไม่ได้เป็นคนที่ “ใช่” เกี่ยวกับสิ่งที่คุณจะนำเสนอจริง ๆ ก็อย่าไปทำมัน เพราะมันจะไปไม่ถึงไหน

ไม่ใช่เพราะคุณไร้ความสามารถ แต่ถ้าคุณไม่อยากมากพอ คุณจะไม่มีความกระตือรือร้น จะขาดพลังในการสร้างสรรค์

การทําคอนเทนต์แบบมืออาชีพไม่ต่างจากการลงทุนที่มีความเสี่ยง อย่าคาดหวังว่าจะมีรายได้อะไรในหนึ่งปีแรก ปล่อยจิตวิญญาณของคุณและคำทุก ๆ คําก็ต่อเมื่อคุณเป็นคนนั้นจริง ๆ แล้วเนื้อหาจะมีความหมาย มีพลังเหมือนกับคำที่เคยมีคนเปรียบเปรยไว้ว่า “เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว”

ส่วนผมไม่ได้มองตัวเองว่าเป็นคนที่ทําเนื้อหา เป็นคนทำคอนเทนต์

ผมคิดว่าตัวเองเป็นคนที่แก้ปัญหาให้กับผู้คนที่ลงสู่สนามธุรกิจ เวทีแห่งการสร้างตัวตน เพื่อให้เขาเติบโตจากรากและมีแก่นสาร

แล้วคุณล่ะ…คุณมีเนื้อหา คุณมีเรื่องราว และมีความ “จริง” มากพอที่จะไปต่อได้หรือไม่?

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

บทความโดย: ครูพี่ม้อค ธวัชชัย พืชผล
สำนักพิมพ์ 7D Book & Digital

ขอบคุณภาพประกอบจาก: เว็บไซต์ Pexels