Spread the love

โยคะกับแมว

5 เหตุผลที่ทำไมแมวถึงขึ้นชื่อว่าเป็นคู่หูฝึกโยคะที่ดีกว่าที่คุณคิด

 

นอกจากความน่ารักสดใสและความซุกซนเกินขีดจำกัดที่ทำให้ทาสแมวอย่างเรา ๆ หลงรักจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เราไม่กล้าเลื่อนปิดคลิปแมวในไอจีได้สักทีก็คงจะเป็นความตลกโปกฮา และนิสัยแปลก ๆ ที่ทำให้เราหัวเราะได้ทุกครั้งไป

แต่รู้หรือไม่ นอกจากลักษณะนิสัยร่าเริง พลังงานสูงเหมือนเด็กเพิ่งหัดเดิน บางครั้งเจ้าแมวเหล่านี้ก็มีพฤติกรรมสุขุมนุ่มลึก ไม่สนใจโลก และเหมือนว่าจะสะสมชั่วโมงการนอนแข่งกันอีกด้วย

และคงเป็นช่วงเวลาที่แมวกำลังนอนอาบแดดอยู่นี่เอง ที่ทาสอย่างเราได้พอมีเวลาหายใจหายคอบ้าง กลับไปทำงานที่ยังค้างอยู่หน้าเดิมไม่ไปไหว หรือหากมีมีธุระหรือนัดหมายต่าง ๆ ก็คงไม่รีรอรีบออกจากบ้านไปอย่างแน่นอน

แต่หากคุณเป็นคนอยู่ติดบ้าน และมักใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการรอเวลาให้เจ้าเหมียวตื่นแล้วล่ะก็ ลองใช้เวลาที่ถือไม้ล่อแมวขยับไปมา แล้วหากิจกรรมที่คุณและเจ้านายสี่ขาของคุณสามารถทำร่วมกันได้ดูสิ

ยิ่งถ้าคุณเป็นคนรักสุขภาพ และชอบเล่นโยคะอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วล่ะก็ แทนที่จะปูเสื่อโยคะเล่นคนเดียว ลองชวนเจ้าเหมียวเพื่อนซี้ของคุณมาทำท่าตามคลิปด้วยก็ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อยเลย นั่นก็เพราะนอกจากคุณและเพื่อนซี้ตัวโปรดจะได้ยืดเส้นยืดสายและใช้เวลาระหว่างวันด้วยกันมากขึ้น ยังมีประโยชน์อีกมากมายที่ทั้งเจ้านายและทาสอย่างเรา ๆ จะได้รับทั้งในด้านร่างกาย จิตใจ รวมถึงด้านความสัมพันธ์ไปเลยกันทีเดียว

แล้วจะชวนเจ้านายมาเล่นโยคะด้วยได้ยังไงล่ะ?

แค่ปูเสื่อรอและอุ่นเครื่องเล็กน้อย แค่นี้ก็เรียกร้องความสนใจของเจ้านายได้แล้ว!

 

1. ผ่อนคลายมากกว่าเดิม

ส่วนประกอบสำคัญของการเล่นโยคะ นอกจากเสื่อ ร่างกาย จิตใจ และคู่หูสี่ขาแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้ทั้งคุณและเจ้าเหมียวของคุณได้ผ่อนคลายร่วมกันก็คือ “เสียงเพลง” หรือแม้แต่เสียงจากธรรมชาติ เช่นเสียงลม เสียงนก หรือแม้แต่เสียงกระทบของเม็ดฝนก็สามารถช่วยให้คุณรู้สึกดีได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว

โดย ดร. เคนเนท มาร์ติน ช่างเทคนิคสัตวแพทย์และ/หรือ เด็บบี้ มาร์ติน ผู้เชี่ยวชาญเทคนิคสัตวแพทย์ด้านพฤติกรรม, LVT ได้บอกไว้ว่า เสียงเพลงก็เหมือนกับเสียงจังหวะการเต้นที่สองของหัวใจซึ่งค่อนข้างมีอิทธิพลในระดับที่ลึกซึ้งต่อสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ รวมถึงมนุษย์และเพื่อนสี่ขาของเราด้วย

ในการเล่นโยคะ เสียงเพลงนับว่าเป็นตัวช่วยสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้ร่างกาย จิตใจ และลมหายใจก่อนการเริ่มเล่นโยคะ นอกจากนี้นักศึกษาระดับปริญญาโทคนหนึ่งได้ทำการศึกษาผลกระทบต่าง ๆ ที่เสียงเพลงประกอบการฝึกโยคะมีต่อแมวในคลินิกรักษาสัตว์ ในการทดลองที่กินเวลาหนึ่งปี นักศึกษาคนนี้ได้ทำการสังเกตในส่วนของท่าทางร่างกาย การกระดิกของหูและการขยับของลูกตา รวมถึงวัดระดับการหายใจ ซึ่งเธอได้สรุปผลของการทดลองนี้ไว้ในการสัมภาษณ์หนึ่งว่า เสียงเพลงมีผลกระทบมหาศาลต่ออัตราการหายใจ ซึ่งแมวตัวที่ได้ฟังเสียงเพลงระหว่างการฝึกโยคะ อัตราการเต้นของหัวใจจะลดลงจนอยู่ในระดับผ่อนคลายได้อย่างรวดเร็วกว่าแมวตัวที่ไม่ได้ฟังเสียงเพลงขณะฝึกโยคะ ซึ่งหากเสียงนั้นเป็นเสียงแมวครางครืดในลำคอ (Purring) จะช่วยลดความเครียด และทำให้แมวสงบลง

รู้อย่างนี้แล้ว ต้องรีบไปหาเสียงเพลงมาเปิดคลอระหว่างการฝึกโยคะแล้วล่ะ!

2. ทำสมาธิได้ง่ายขึ้น

แค่มีเจ้าเหมียวอยู่ข้าง ๆ ก็ทำให้ใจสงบลงได้แล้ว!

จากการวิจัยของ HearthMath การทำสมาธิหรือการจดจ่ออยู่กับอะไรสักอย่างเช่นการฝึกโยคะจะทำให้เกิดปรากฏการณ์ Psychophysiological coherence หรือก็คือการที่ระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ตั้งแต่ระบบประสาทไปจนถึงระบบหัวใจและหลอดเลือดปรากฏการทำงานที่เป็นไปในลักษณะเดียวกันและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะไปช่วยส่งเสริมความสมดุลทางอารมณ์ ยกระดับอารมณ์ให้ดีขึ้น รวมถึงช่วยในเรื่องของสุขภาพ ระบบภูมิคุ้มกัน พัฒนากระบวนการการรับรู้ และยังช่วยลดฮอร์โมนความเครียดหรือ คอร์ติซอลได้ดีอีกด้วย

โดยตัวช่วยที่จะทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้ได้ งานวิจัยได้ยืนยันว่าแค่มีเจ้าแมวเหมียวอยู่ข้าง ๆ ในขณะที่เรากำลังทำสมาธิหรือฝึกโยคะก็เพียงพอแล้ว

เนื่องจากเรามักจะวอกแวกและคิดถึงสิ่งต่าง ๆ หลายร้อยอย่างระหว่างทำสมาธิหรือฝึกโยคะ แต่เมื่อมีเจ้าเพื่อนสี่ขาอยู่ข้าง ๆ มองตาหรือลูบหัวมันซักหน่อย ก็ทำให้จิตใจของเราหยุดนิ่งและสงบลงได้แล้ว

3. แฮปปี้สุด ๆ

ใช้เวลาร่วมกันกับสิ่งมีชีวิตที่เราชื่นชอบที่สุด ทำไมเราจะไม่มีความสุขล่ะ!

แต่นอกจากรอยยิ้มบนใบหน้า หรือเสียงหัวเราะคลอไปกับเสียงครางครืดในลำคอของเจ้าเหมียว ความสุขที่เกิดขึ้นนี้ยังคล้ายปฏิกริยาลูกโซ่ ทำให้คุณทั้งผ่อนคลาย และปราศจากความเครียดโดยไม่รู้ตัว

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะเมื่อคุณมีความสุข ร่างกายจะหลั่งสารสื่อประสาทที่มีชื่อว่า เซโรโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญในการจัดการกับอารมณ์ ความรู้สึก สุขภาวะและความสุขของคุณนั่นเอง

อยากแฮปปี้ก็ต้องทำให้ร่างกายเต็มเปี่ยมด้วยเซโรโทนิน และการจะทำอย่างนั้นได้ แน่นอนว่าจะต้องหาให้เจอให้ได้ว่าอะไรกันที่ทำให้คุณผ่อนคลาย ไม่เครียด และอารมณ์ดีไปทั้งวัน

ยิ่งถ้าคุณเป็นคนที่ชอบฝึกโยคะและมีแมวคู่ใจอยู่ด้วยแล้วล่ะก็ คำตอบนั้นก็ไม่ได้อยู่ไกลเกินกว่าเอื้อมเลยใช่มั้ยล่ะ

4. ยกระดับสุขภาวะทางกายและจิตใจ

ฝึกโยคะพร้อมกับแมวของคุณ นอกจากร่างกายจะแข็งแรงขึ้นตามลำดับ ยังช่วยให้จิตใจและความคิดสงบลงได้อีกด้วย

โยคะคือศาสตร์ที่ผูกสติให้อยู่กับลมหายใจ การขยับเคลื่อนไหวร่างกายโดยเน้นที่ความสมดุลและการเชื่อมโยงกับธรรมชาติ การจดจ่ออยู่กับตัวเอง นอกจากจะทำให้จิตใจสงบพร้อมเผชิญหน้ากับงานและเรื่องราวมากมายในแต่ละวัน ยังเป็นเหมือนนิทานก่อนนอนที่ทำให้หลับสบาย และหากคุณฝึกโยคะกับเจ้าแมวเป็นประจำและทำให้การทำกิจกรรมร่วมกันนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแล้วล่ะก็ ประโยชน์ที่ได้รับทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ จะมหาศาลเกินกว่าคุณจะคิดถึงเชียวล่ะ

5. ผูกพันกันมากกว่าเดิม

แทนที่คุณจะนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพ์ ฯ​ และเจ้าแมวนอนพึ่งพุงอาบแดดอยู่ข้าง ๆ หน้าต่างในเช้าวันเสาร์ การหากิจกรรมที่ทั้งมีประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจต่อพวกคุณทั้งคู่ ไม่เพียงแต่จะเป็นการได้ลองทำสิ่งใหม่ ๆ ร่วมกัน แต่ยังทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกันแน่นแฟ้นขึ้นอีกด้วย

แต่ก่อนจะทำอย่างได้ คุณต้องทำความเข้าใจเรื่องหนึ่งเสียก่อน

นั่นก็คือ สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ‘แมว’ ไม่ได้หยิ่งหรือถือตัวอย่างที่ใคร ๆ คิด

รวมถึงพวกมันไม่ได้เกิดมาเพื่อครองโลกด้วย! อันที่จริงการดำรงอยู่ของแมวอาจจะมาเพื่อสร้างอารมณ์ขันและมอบความสุขให้แก่เราที่วัน ๆ เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องที่บางทีเราก็ยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ามันคือสิ่งที่จะทำให้เรามีความสุขจริง ๆ หรือเปล่า

อันที่จริงแล้ว สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ‘แมว’ ค่อนข้างที่จะชอบสกินชิพพอตัวเลยล่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเอาหัวมาถูเพื่อให้ลูบ การนอนแหมะอยู่บนพื้นเพื่อเรียกร้องความสนใจ รวมถึงตอนที่ชอบโฉบไปมาเพื่อให้รู้ว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียวในห้อง

แมวมักจะมีนิสัยอย่างหนึ่ง นั่นก็คือการชอบเลียนแบบ

(นี่อาจจะเป็นที่มาของคำว่า Copycat: คนที่ชอบเลียนแบบ ก็ได้)

นั่นหมายความว่า ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ดูยูทูป เดิน หรือแม้แต่นอน เจ้าเหมียวก็มักจะทำตามแทบจะทุกครั้ง

การฝึกโยคะกับเจ้าเหมียวเพื่อนซี้จึงไม่ใช่เรื่องยาก และเป็นเรื่องที่ทาสแมวอย่างเรา ๆ ที่ชื่นชอบการฝึกโยคะเห็นจะพลาดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ได้ใช้เวลากับเพื่อนซี้สี่ขาได้มากขึ้นแบบนี้ไม่ได้แล้ว!

 

อ้างอิง:

https://www.nytimes.com/2017/06/07/well/family/yoga-with-cats.htmlhttps://www.phillyvoice.com/fitness-trends-cat-yoga-cafes-horses-goats/https://www.fearfreehappyhomes.com/nameowste-cats-reap-yoga-benefits-too/