Spread the love
ภาพถ่ายโดย Chevanon Photography จาก Pexels

“กาแฟ” เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของโลก เพราะหลายคนมีความคิดและรู้สึกว่าการดื่มกาแฟทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า สามารถเพิ่ม energy ให้ร่างกายได้มีแรงขับเคลื่อนในการดำเนินชีวิตประจำวัน หรือเรียกได้ว่า ‘เสพติด’ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะเราต่างก็รู้กันดีว่าในกาแฟนั้นมีสารคาเฟอีน แต่จะมีมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับชนิดของกาแฟนั้นๆ

หลายคนคิดว่าการดื่มกาแฟจะสร้างผลเสียให้กับร่างกาย แต่ในความเป็นจริง จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าคนที่ดื่มกาแฟมักจะมีความเสี่ยงต่อโรคร้ายที่มีอยู่หลากหลายได้น้อยกว่ามาก

และนี่ต่อ 13 เหตุผลที่จะบอกว่าทำไมกาแฟถึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพ

ภาพถ่ายโดย Pixabay จาก Pexels

1. สามารถเพิ่มระดับพลังงานและกระตุ้นการตอบสนองให้ดีขึ้น

การดื่มกาแฟจะทำให้คนรู้สึกเหนื่อยน้อยลงและเพิ่มระดับพลังงาน เนื่องจากมีสารกระตุ้นที่เรียกว่า คาเฟอีน (Caffeine) ที่ออกฤทธิ์ทางระบบประสาท (จัดว่าเป็นสารเสพติดที่มีผู้บริโภคมากที่สุดในโลก) คาเฟอีนจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและเข้าไปสู่สมอง และจะเกิดการสกัดกั้นสารสื่อประสาทที่คอยยับยั้งอะดีโนซีน (Adenosine) มีผลทำให้เกิดการกระตุ้นเพื่อช่วยเพิ่มระดับพลังงาน อารมณ์ และการทำงานของสมองในด้านต่างๆ

2.ช่วยเผาผลาญไขมัน

คาเฟอีนเป็นหนึ่งในสารของธรรมชาติไม่กี่ชนิที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยในการเผาผลาญไขมันได้ถึง 3-11% จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่า มีการเผาผลาญไขมันได้ถึง 10% ในคนอ้วน และ 29% ในคนผอม ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เป็นไปได้ว่าผลที่เกิดขึ้นเหล่านี้อาจจะลงลดได้สำหรับคนที่ดื่มกาแฟในระยะยาว

3.ทำให้มีสมรรถภาพทางกายที่ดีขึ้น

คาเฟอีนจะเข้าไปกระตุ้นระบบประสาทเพื่อส่งสัญญาณให้เซลล์ไขมันทำการสลายไขมันในร่างกาย แต่ยังคงเพิ่มระดับอะดรีนาลิน (Adrenaline) ในเลือดอยู่ ซึ่งการสลายไขมันในร่างกายของคาเฟอีน จะทำให้มีกรดไขมันอิสระเป็นเชื้อเพลิงในการสร้างสมรรถภาพทางกาย ดังนั้น จึงควรดื่มกาแฟสักแก้ว ประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนเข้ายิม

4.อุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็น

มีสารอาหารหลายชนิดในเมล็ดกาแฟจะเกิดขึ้นเมื่อถูกแปรรูปเป็นกาแฟที่ชงเสร็จแล้ว ในกาแฟหนึ่งแก้วจะประกอบด้วย

  • ไรไบฟลาวิน (Riboflavin) (vitamin B2): 11% ของ RDI (RDI คือการอ้างอิงต่อวัน)
  • กรดแพนโทธีนิก (Pantothenic acid) (vitamin B5): 6% RDI
  • แมงกานีสและโพแทสเซียม (Manganese and potassium): 3% RDI
  • แมกนีเซียมและไนอาซิน (Magnesium and niacin) (vitamin B3): 2% RDI

แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรมาก แต่คนส่วนใหญ่มักดื่มกาแฟในปริมาณหลายแก้วต่อวัน จึงไปช่วยเพิ่มปริมาณสารอาหารเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว

5.มีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2

โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นลักษณะของระดับน้ำตาลในเลือดสูงที่เกิดจากการต่อต้านอินซูลินหรือความสามารถในการหลั่งอินซูลินลดลง จากการศึกษาพบว่าคนที่ดื่มกาแฟมากที่สุดมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ลดลง 23-50% สูงสุดอยู่ที่ 67%

6.มีส่วนช่วยป้องกันจากโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อม

โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคทางระบบประสาทที่พบบ่อยที่สุดและเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดภาวะสมองเสื่อม ซึ่งมักจะพบในผู้ที่มีอายุ 65 ปี และยังไม่มีวิธีรักษาที่ชัดเจน ดังนั้นจึงมีวิธีป้องกันไม่เกิดโรคนี้ขึ้นตั้งแต่แรก เช่น การกินเพื่อสุขภาพและการออกกำลังกาย รวมไปถึงการดื่มกาแฟที่อาจให้ผลอย่างน่าเหลือเชื่อเช่นกัน

ภาพถ่ายโดย Andrew Neel จาก Pexels

7.มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคพาร์กินสัน

โรคพาร์กินสันก็เป็นอีกหนึ่งโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทที่พบได้บ่อยรองลงมาจากโรคอัลไซเมอร์ เป็นโรคที่เกิดจากการตายของเซลล์ประสาทที่สร้างโดปามีนในสมอง และเช่นเดียวกับโรคอัลไซเมอร์คือต้องป้องกันไม่ให้เกิดโรคนี้ด้วยการดูแลตัวเองผ่านการกินอาหารที่ดีหรือออกกำลังกาย จากการศึกษาคนที่ดื่มกาแฟมีความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้ลดลงตั้งแต่ 32-60%

ในกรณีนี้ คาเฟอีนดูเหมือนจะมีประโยชน์ เนื่องจากคนที่ดื่ม Decaf ก็ไม่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคพาร์กินสันเช่นกัน

8.มีส่วนช่วยในการดูแลตับ

ตับเป็นอวัยวะสำคัญ มีหน้าที่สำคัญหลายอย่างต่อร่างกาย โรคทั่วไปที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อตับเป็นหลัก และสามารถนำไปสู่โรคตับแข็ง ซึ่งส่วนใหญ่ตับของคุณจะแทนที่ด้วยเนื้อเยื่อแผลเป็น ที่น่าสนใจคือกาแฟสามารถป้องกันโรคตับแข็งได้ โดยผู้ที่ดื่ม 4 แก้วขึ้นไปต่อวันมีความเสี่ยงลดลงถึง 80%

9.ช่วยต่อสู้กับอาการซึมเศร้าได้

โรคซึมเศร้าเป็นโรคทางระบบประสาทที่ร้ายแรงจนทำให้คุณภาพที่ชีวิตลดลงอย่างมาก นับว่าเป็นเรื่องปกติในปัจจุบัน เนื่องจากประมาณ 4.1% ของคนในอเมริกา มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์สำหรับการเป็นภาวะซึมเศร้า จากการศึกษาของฮาร์วาร์ดที่ตีพิมพ์ในปี 2554 มีผู้หญิงที่ดื่มกาแฟ 4 แก้วขึ้นไปต่อวันมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้าลดลง 20%

และสูงสุดถึง 53% ในผู้ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าที่มีโอกาสฆ่าตัวตาย

10.มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งบางชนิดได้

กาแฟสามารถช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งได้ 2 ชนิด คือ มะเร็งตับที่มีผู้เสียชีวิตเป็นอันดับ 3 และมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่มีผู้เสียชีวิตเป็นอันดับ 4 การศึกษาแสดงให้เห็นว่าการดื่มกาแฟมีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งตับลดลงถึง 40% และในคนที่ดื่มกาแฟ 4-5 แก้วต่อวัน มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ลดลง 15%

11.ไม่ก่อให้เกิดโรคหัวใจและมีส่วนช่วยลดความเป็นโรคหลอดเลือดสมอง

เป็นเรื่องจริงที่บอกว่าคาเฟอีนสามารถเพิ่มความดันโลหิตได้ แต่ด้วยการเพิ่มขึ้นเพียง 3-4 มม./ปรอท ผลที่ได้คือน้อยและมักหายไปได้หากดื่มกาแฟเป็นประจำ แต่ก็ขึ้นอยู่กับคนแต่ละคน มีหลักฐานว่าผู้หญิงที่ดื่มกาแฟจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจลดลง และมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองลดลง 20%

12.อาจมีส่วนในการช่วยให้ชีวิตมีอายุที่ยืนยาว

เนื่องจากการดื่มกาแฟช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคต่างๆ จึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลที่จะบอกว่ากาแฟสามารถช่วยให้มีอายุยืนยาวขึ้นได้ จากการศึกษา การดื่มกาแฟเกี่ยวข้องกับการลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตในผู้ชาย 20% และในผู้หญิง 28% ในช่วงอายุ 18-24 ปี

ภาพถ่ายโดย Daria Shevtsova จาก Pexels

13.เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระที่ใหญ่ที่สุดของอาหารตะวันตก

สำหรับคนที่นิยมกินอาหารแบบตะวันตกเป็นปกติ กาแฟอาจเป็นหนึ่งในข้อดีต่อสุขภาพที่สุด เพราะกาแฟมีสานต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง จากการศึกษาพบว่าหลายคนได้รับสารต้านอนุมูลอิสระจากกาแฟมากกว่าจากผักและผลไม้รวมกัน

อันที่จริงแล้ว กาแฟเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพที่สุดในโลก

อ้างอิง:

13 Health Benefits of Coffee, Based on Science จาก https://bit.ly/3fhjoFK 

9 Unique Benefits of Coffee จาก https://bit.ly/3rexugV

. . .

หมายเหตุ: เป็นการแปลและเรียบเรียงพร้อมตัดทอนบทความตามความเหมาะสม

แปลและเรียบเรียงโดย: ฐานิต ดงหงษ์
กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ 7D Book&Digital

ขอบคุณภาพประกอบจาก: เว็บไซต์ Pexels