Spread the love

ไม่มีเคล็ดลับใดที่ทำคุณก้าวไปสู่ความสำเร็จในชั่วข้ามคืน แต่มีบางสิ่งบางอย่างที่จะทำให้คุณ “รวย” ได้แน่นอน  

ความจริงก็คือทุกคนจะมีโอกาสที่จะรวยเท่ากัน แม้ว่าจะมีอุปสรรคที่มากมายขนาดไหน แต่เราก็มีโอกาสที่จะร่ำรวยได้เสมอ 

คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมบางคนถึงรวยและบางคนก็ยังจนอยู่? ส่วนใหญ่เป็นเพราะ “ไลฟ์สไตล์” และ “ความคิด” ของพวกเขา 

ลองมาดู “ไลฟ์สไตล์” และ “ความคิด” ของคนจนดีกว่า ถ้าคุณไม่อยากเป็นคนจนแล้วล่ะก็ จงหลีกเลี่ยงซะ! 

ภาพถ่ายโดย MART PRODUCTION จาก Pexels

1. มีงานประจำเพียงงานเดียว

ในโลกนี้ไม่มีอะไรเพอร์เฟกต์ ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้ในแบบที่ต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องเพอร์เฟกต์ 

แต่ถ้าคุณลองอ่านหนังสือหรือประสบการณ์ชีวิตของมหาเศรษฐีทั้งหลาย คุณจะเห็นว่ามีสิ่งหนึ่งที่มหาเศรษฐีมีเหมือนกัน นั่นก็คือ พวกเขาไม่มี “เจ้านาย” 

เมื่อคุณเป็นลูกจ้าง คุณเคยชินกับงานรูทีนและเงินเดือนที่ได้รับในแต่ละเดือน แน่นอนว่าถ้าเงินเดือนนั้นทำให้คุณอยู่อย่างสบาย ได้ท่องเที่ยว และเปย์ได้ทุกอย่าง คุณก็ไม่อยากจะทำอะไรอีก 

แต่เชื่อหรือไม่ว่า ไม่มีใครกลายเป็นเศรษฐีได้ด้วยเงินเดือนประจำ และอีกเหตุผลหนึ่งที่คุณ “รวย” ไม่ได้สักทีก็เพราะคุณมีงานประจำเพียงงานเดียวเท่านั้น 

ภาพถ่ายโดย cottonbro จาก Pexels

บางคนใช้เวลาหลายปีเพื่อรอขึ้นเงินเดือนและทำโอทีอย่างหนัก แต่เจ้านายกลับให้เงินเดือนน้อยสุด ๆ พอเราจะลาออกไปทำงานที่บริษัทอื่นที่ให้ค่าตอบแทนสูงกว่า กลับใจดีเพิ่มเงินเดือนให้เราซะอย่างงั้น  

คุณเจอแบบนี้รึเปล่า? 

จริง ๆ แล้วเจ้านายไม่ได้สนใจว่าคุณจะทำงานได้ดีแค่ไหน เขาแค่ไม่อยากเสียคุณไป เพราะการหาพนักงานใหม่เป็นเรื่องที่เสียเวลามาก  

ถ้าคุณอยู่ในบริษัทที่สนใจแต่เงิน เงิน เงิน เงินเดือนที่คุณได้รับจะไม่คุ้มกับแรงที่คุณต้องเสียไปแน่นอน

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

2. ออมมากเกินไป

สมมติคุณฝากเงิน 1,000 บาทในบัญชีธนาคารที่ให้ดอกเบี้ย 1% ต่อปี ตอนนี้คุณจะได้เงินแค่ 10 บาท แต่ถ้าคุณซื้อหุ้น คุณอาจจะได้เงินมากกว่านี้ 

นี่ไม่ได้บอกว่าคุณควรใช้เงินทั้งหมดของคุณลงทุนไปกับการเล่นหุ้น แต่หมายถึงยังมีวิธีที่ดีกว่าการเก็บเงินไว้ในบัญชีธนาคารเพื่อรอกินดอกเบี้ยอย่างเดียว 

การออมเงินในบัญชีธนาคารทุก ๆ เดือนไม่ได้ทำให้คุณเป็นเศรษฐีได้ แต่การลงทุนอย่างชาญฉลาดและใช้เงินออมเพื่อสร้างรายได้ทำให้คุณเป็นเศรษฐีได้ 

มีหลายวิธีที่คุณสามารถใช้เงินออมของคุณวันนี้เพื่อช่วยให้คุณสร้างรายได้ให้เพิ่มมากขึ้นในวันพรุ่งนี้ เช่น การลงทุนซื้อคอร์สเรียนต่าง ๆ เพราะความรู้เป็นการลงทุนที่ดีที่สุด 

ภาพถ่ายโดย Karolina Grabowska จาก Pexels

3. เชื่อว่าเงินจะได้มาง่าย ๆ

มีธุรกิจและการลงทุนมากมายที่บอกว่าคุณจะ “มีอิสรภาพทางการเงิน”  

และทุกวันนี้ยังมีหลายคนที่เชื่อว่าจะ “รวยเร็ว” อย่างที่ David Olariyone บอกเอาไว้ว่า คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าสิ่งที่ทำให้พวกเขา “รวยเร็ว” ก็คือ 

– การพนัน การเล่นการพนันทำให้คนเสียเงิน แม้ว่าพวกเขาจะมีโชคในบางครั้ง แต่เชื่อหรือไม่ว่า นักพนันสูญเสียเงินมากกว่าที่พวกเขาได้รับเสียอีก 

– ขายตรง ถ้าคุณเป็นคนแรก ๆ ที่เข้าร่วม คุณจะทำเงินได้อย่างรวดเร็ว แต่มันเป็นธุรกิจที่ไม่ยั่งยืน และยิ่งคุณชักชวนเพื่อน ๆ ของคุณมาลงทุนด้วย คุณจะสูญเสียทั้งเงินและเพื่อนแน่นอน 

– เล่นคริปโตฯ การเล่นคริปโตฯ ไม่ใช่วิธีการทำเงินที่ดีนัก คุณอาจจะทำเงินได้เร็วแต่ก็สูญเสียได้เร็วกว่า ถ้าคุณไม่ศึกษาให้รอบคอบ คุณจะเสียใจทีหลัง 

ถ้าคุณอยากทำเงินให้ได้มาก ๆ ล่ะก็ จงทำงาน ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ และลงทุนในสิ่งที่ได้ผลตอบแทนจริง ๆ  

ภาพถ่ายโดย RODNAE Productions จาก Pexels

4. ไม่เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับเงินเลย

ถ้าคุณไม่เรียนรู้วิธีขับรถอย่างถูกต้อง คุณก็จะไม่มีวันได้ใบอนุญาตขับขี่ และมันจะไม่ปลอดภัยเวลาที่คุณขับรถบนท้องถนน  

การเงินก็เช่นกัน! ถ้าคุณไม่รู้ว่าเงิน “ทำงาน” ยังไง คุณก็จะไม่รู้ว่าจะให้เงิน “ทำงาน” แทนคุณได้ยังไง 

บางคนไม่รู้ว่าภาษีคืออะไร ไม่รู้ว่าทำไมต้องจ่ายค่าประกันสังคมทุก ๆ เดือน บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองถูกหลอกหรือโดนเอาเปรียบ นี่เป็นเพราะพวกเขาไม่สนใจที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องเงินเลย 

การศึกษาเรื่องการเงินช่วยให้เห็นโอกาสของตนเองได้ดีขึ้น ทำให้เราตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด รู้ว่าจะขอความช่วยเหลือด้านการเงินจากที่ใด และแก้ไขปัญหาได้อย่างไร 

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

5. ไม่มีเป้าหมายทางการเงิน

“ซื้อรถคันแรกตอนอายุ 23 ปี…” “ซื้อบ้านหลังแรกตอนอายุ 26 ปี…” “ท่องเที่ยวปีละ 2 ครั้ง…” 

นี่คือเป้าหมายทางการเงิน! 

เป้าหมายทางการเงินทำให้คุณมีแรงฮึด ทำงานด้วยความกระตือรือร้นมากขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายให้ได้และไม่ต้องเสียเงินไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็น 

วิธีที่ดีที่สุดในการออมและเพิ่มรายได้ของคุณก็คือ “การมีเป้าหมายทางการเงิน” ถ้าคุณไม่รู้ว่าคุณจะเอาเงินไปทำอะไร คุณก็จะไม่รู้ว่าจะเก็บเงินหรือประหยัดไปทำไม  

คุณอยากซื้อบ้านหรือไม่? ซื้อรถใหม่? เที่ยวรอบโลก? นี่เป็นเป้าหมายที่คุณสามารถตั้งไว้ในใจได้ 

คนที่ไม่มีเป้าหมายทางการเงิน ไม่สนใจที่จะเก็บเงินไว้ในบัญชี ใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างสนุกสนาน ไม่สนใจอนาคต แสดงว่าเป็นคนที่ไม่มีเป้าหมายในชีวิต 

สิ่งแรกที่คุณต้องทำก็คือ ถ้าคุณอยาก “รวย” คุณต้องรู้ว่าทำไมคุณถึงอยาก “รวย”

ภาพถ่ายโดย Tima Miroshnichenko จาก Pexels

6. คุณยังไม่ได้เริ่มลงทุน

การลงทุนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการจัดการเงินที่ดี เนื่องจากเป็นหลักประกันความมั่นคงทางการเงินทั้งในปัจจุบันและอนาคตของคุณ 

คุณไม่เพียงมีเงินในบัญชีมากขึ้นเท่านั้น แต่คุณยังมีแหล่งรายได้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย การลงทุนเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้คุณ “รวย” และรายได้แบบ Passive Income 

ถ้าคุณไม่ลงทุน ก็หมายความว่าคุณวางแผนที่จะใช้ชีวิตตามเงินเดือนของคุณเท่านั้น แต่คุณไม่ได้วางแผนที่จะเกษียณจนกว่าจะอายุ 65 ปี 

ถ้าคุณอยากเกษียณก่อน 65 หรือมีอิสรภาพทางการเงิน การลงทุนคือสิ่งที่คุณต้องทำ 

ลงทุนดีกว่าไม่ลงทุน แต่อย่าลืม! คุณต้องเลือกอย่างระมัดระวัง 

ยิ่งผลตอบแทนจากการลงทุนสูงเท่าไร ความเสี่ยงในการสูญเสียเงินก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น เพื่อลดการสูญเสียเงิน คุณควรเลือกลงทุนไปกับการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำจะดีที่สุด 

ภาพถ่ายโดย Mikhail Nilov จาก Pexels

7. มีรายได้ทางเดียว

การใช้ชีวิตด้วยเงินเดือนเพียงอย่างเดียวคือสัญญาณอันตราย!  

การไม่มองหาแหล่งรายได้อื่นหมายความว่าคุณไม่มีแรงบันดาลใจหรือเป้าหมายในการเติบโต 

แม้ว่าเงินเดือนของคุณจะดีและทำให้คุณมีความสุขแล้ว แต่การมีแหล่งรายได้ที่หลากหลายจะช่วยให้คุณมี “อิสรภาพทางการเงิน” มากกว่า 

เชื่อหรือไม่ว่า โดยเฉลี่ยแล้วมหาเศรษฐีมีรายได้ถึง 7 ทาง พวกเขาได้เรียนรู้ว่าการกระจายการลงทุนและสร้างรายได้หลายทาง วิธีเหล่านี้เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวและทำให้พวกเขามีอิสรภาพทางการเงิน 

ปัจจุบันนี้ เศรษฐกิจผันผวนมากเกินกว่าที่จะควบคุมได้ เนื่องจากเกิดโรคระบาด Covid-19 ถ้าคุณมีรายได้เพียงแหล่งเดียวจากงานประจำ แล้วบังเอิญเกิดตกงานขึ้นมา คุณอาจจะประสบปัญหาทางการเงินอย่างที่คุณคาดไม่ถึงก็ได้ 

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

8. ไม่ก้าวออกจากComfort Zone

ความร่ำรวยมาจากความกล้าที่จะก้าวไปหาสิ่งที่เราไม่รู้และเอาชนะความกลัวนั้นได้ การค้นพบแนวคิดใหม่ ๆ และนำมาปรับใช้กับชีวิตของตัวเองคือการหลุดพ้นจาก Comfort Zone 

ยิ่งคุณอยู่ใน Comfort Zone นานเท่าไร “โอกาส” ก็จะน้อยลงเท่านั้น 

ยิ่งคุณกลัวมากเท่าไร คุณจะยิ่งพบผู้คนน้อยลงเท่านั้น และไอเดียใหม่ ๆ ในสมองของคุณก็จะลดน้อยลงไปด้วย 

ยิ่งคุณสบาย คุณก็จะหยุดเติบโตเมื่อนั้น 

 “ความกลัว” เพียงชั่วขณะสามารถทำลายชีวิตของคุณได้ตลอดไป “ความสบายใจ” กับ “ความกลัว” จะ “ฆ่า” ความคิด โอกาส การกระทำ และการเติบโตของคุณ 

ถ้าคุณอยากเติบโต คุณต้องกล้าเสี่ยงและกล้าที่จะทำผิดพลาด 

แทนที่จะมัวมานั่งกลัว ไม่กล้าทำอะไร ให้ลองหาโอกาสเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ จะดีกว่า 

ภาพถ่ายโดย Karolina Grabowska จาก Pexels

9. คิดว่าความร่ำรวยมีไว้สำหรับคนโชคดีเท่านั้น

ในโลกนี้ไม่มีโชคดีหรือโชคร้ายทั้งนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาจากการกระทำของเราเอง  

การที่จะรวยได้นั้นอาจเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าเราคิดว่าการที่จะรวยได้นั้นขึ้นอยู่กับความโชคดี หมายความว่าเราไม่ต้องทำการทำงานหรือเสี่ยงเพื่อให้ได้มาหรือ? 

มหาเศรษฐีส่วนใหญ่ต้องตัดสินใจ ต้องทำหลายสิ่งหลายอย่างกว่าพวกเขาจะร่ำรวยได้ พวกเขาจะพัฒนาทักษะความรู้อยู่เสมอ และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เพื่อมอบประโยชน์และคุณค่าแก่ผู้อื่น 

เป็นเรื่องปกติที่เราจะมองว่าความร่ำรวยมาจากความ “โชคดี” ไม่อย่างนั้นทำไมพวกเขาคิดจะทำอะไรถึงประสบความสำเร็จตลอดเลยล่ะ? 

แต่เชื่อเถอะว่า มหาเศรษฐีต้องใช้เวลาหลายปีในการพัฒนาทักษะความรู้ สร้างตัวเอง และสร้างชื่อเสียงก่อนที่จะร่ำรวยได้ 

ภาพถ่ายโดย Liza Summer จาก Pexels

10. ใช้บัตรเครดิตและการใช้จ่ายเกินตัว

ถ้าคุณอยากเป็นคนจนไปตลอดชีวิตล่ะก็ ให้ลองสมัครใช้บัตรเครดิต ซื้อข้าวของที่แพงกว่าที่คุณจะสามารถจ่ายได้ดูสิ  

ถ้าอยากหยุดการใช้จ่าย ให้เริ่มต้นด้วยการตรวจสอบดูว่าเงินหายไปที่ไหนในแต่ละเดือน พยายามตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นทิ้งไป และจัดทำงบประมาณของตนเองให้เหมาะสมเพื่อให้คุณมีเงินพอที่จะใช้จ่ายและลงทุน 

อย่าทำแบบนี้ถ้าคุณไม่อยากจน! 

จงเปลี่ยนแปลงตัวเอง เรียนรู้ ลงมือทำ แล้วคุณจะประสบความสำเร็จ และในขณะเดียวกัน “ความร่ำรวย” ก็จะก้าวเข้ามาหาคุณด้วย 

อย่ารอช้าถ้าจะเป็นเศรษฐี 

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

อ้างอิง: HBNBusinessSchool 

https://www.facebook.com/hbr.edu.vn/photos/a.188981365023587/940246756563707/

. . .

หมายเหตุ: เป็นการแปลและเรียบเรียงพร้อมตัดทอนบทความตามความเหมาะสม

แปลและเรียบเรียงโดย: ปิ่นแก้ว ศิริวัฒน์ 
กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ 7D Book&Digital

ขอบคุณภาพประกอบจาก: เว็บไซต์ Pexels และ freepik