Spread the love

การเรียนรู้ที่จะเป็นคนตลกและพัฒนาอารมณ์ขันสามารถทำให้ชีวิตของคุณสนุกสนานขึ้นได้ ชีวิตของคุณจะรื่นเริงและบันเทิงมากยิ่งขึ้น หากคุณรู้จักปล่อยให้ตนเองมีอารมณ์ขันเสียบ้าง 

การจะมีความสุขได้อย่างแท้จริงนั้น คุณต้องมีอารมณ์ขัน สำหรับบางคนอารมณ์ขันสามารถเกิดขึ้นเองได้ตามธรรมชาติ แต่สำหรับบางคน อาจต้องฝึกฝนสักเล็กน้อยเพื่อปลดล็อกอารมณ์ขันของคุณ 

ภาพถ่ายโดย Kindel Media จาก Pexels

อารมณ์ขันเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการเปลี่ยนสิ่งร้ายให้กลายเป็นดีได้ และคนส่วนใหญ่ก็ชอบที่จะถูกรายล้อมไปด้วยคนที่ทำให้พวกเขาหัวเราะได้ 

ความตลกขบขันเป็นสิ่งที่สามารถช่วยคุณได้ในทุก ๆ แง่มุมของชีวิต ตั้งแต่การสร้างสัมพันธ์กับเพื่อนไปจนถึงการทำให้คนที่คุณชอบมาชอบคุณ การมีอารมณ์ขันจะช่วยเพิ่มโอกาสให้กับคุณได้เสมอเมื่อคุณมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับใครสักคน เราทุกคนไม่ได้เกิดมาเป็นตัวตลกในชั้นเรียนหรือคนตลกมาตั้งแต่เกิด ถ้าคุณอยากพัฒนาอารมณ์ขันของตนเอง ให้ลองปฏิบัติตามดังนี้ 

ภาพถ่ายโดย Andrea Piacquadio จาก Pexels

1. ดูการแสดงตลกและหนังตลกให้มากขึ้น

นี่เป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายที่สุด เพื่อเพิ่มอารมณ์ขันของคุณให้คุณเป็นคนตลกมากขึ้น คุณจะเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นถ้าคุณจดจ่ออยู่แต่กับเรื่องนั้น ๆ เช่น การเรียนภาษา ในทำนองเดียวกัน คุณสามารถพัฒนาอารมณ์ขันของคุณได้ด้วยการจดจ่ออยู่กับสิ่งที่มีอารมณ์ขัน ลองดูการแสดงตลกแบบสแตนด์อัป ฟังพอดแคสต์ที่คุณชื่นชอบ อ่านหนังสือตลก และพยายามศึกษานักแสดงตลกหรือคนตลก 

บนโลกนี้มีเรื่องตลกมากมาย! หากคุณไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน ให้มองหาสิ่งที่คุณชอบหรือเริ่มจากสิ่งที่ได้รับความนิยม การชมการแสดงตลกและติดตามเรื่องขำขันในโซเชียลมีเดียจะทำให้คุณรู้สึกเพลิดเพลินไปเองจนลุกจากเก้าอี้ไม่ได้ ทั้งยังพัฒนาอารมณ์ขันของคุณได้ด้วยการทำให้คุณรู้จักมุกตลกมากขึ้น รู้จักการรับมุก และการใช้คำเปรียบเทียบต่าง ๆ ที่ทำให้ผู้คนหัวเราะได้ 

ภาพถ่ายโดย KoolShooters จาก Pexels

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คุณจะพบว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่ใช่เรื่องตลกไปเสียทั้งหมดเพราะแต่ละคนต่างมีรสนิยมที่แตกต่างกัน คุณจึงควรใช้เวลาในการฝึกฝนให้มากขึ้น 

เมื่อคุณเข้าใจเรื่องอารมณ์ขันมากขึ้น คุณจะเห็นว่านักแสดงตลกหรือคนตลกมักจะเล่าเรื่องตลกที่เกี่ยวกับเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันที่คุณเองก็สามารถทำได้เช่นกัน  

ภาพถ่ายโดย Ketut Subiyanto จาก Pexels

2. พยายามมองทุกสิ่งทุกอย่างในด้านตลกขบขัน

หากคุณต้องการพัฒนาอารมณ์ขันจริง ๆ ให้พยายามใช้เรื่องธรรมดาและเล่นมุกดตลกออกมา มีเรื่องตลกซ่อนอยู่เบื้องหลังในทุก ๆ เหตุการณ์และสถานการณ์เล็กๆ น้อยๆ ที่คุณประสบพบเจอมา การมองสถานการณ์ด้วยมุมมองที่ต่างออกไปเป็นทักษะชีวิตที่มีคุณค่ามากและจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ที่จะเป็นคนตลก 

ถ้ารู้สึกเครียดกับสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง ให้ลองหัวเราะออกมาและพยายามคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ตลกโปกฮาที่สุดเท่าที่คุณเคยเจอมา มันอาจจะดูแปลก ๆ ไปสักหน่อย แต่สิ่งนี้จะทำให้คุณอารมณ์ดีขึ้นได้ ทั้งยังมีอิทธิพลต่อคนรอบข้าง ทำให้พวกเขาหัวเราะไปกับคุณได้เช่นเดียวกัน  

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

จงก้าวต่อไปและลองพยายามวิเคราะห์สิ่งง่าย ๆ ที่อยู่รอบตัวคุณ คุณจะเริ่มเห็นว่าเกือบทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณเห็นในชีวิตประจำวันมีด้านตลกแทบจะทั้งหมด 

การมีอารมณ์ขันยังช่วยในเรื่องการมีปฏิสัมพันธ์กับเพศตรงข้าม เพราะจริง ๆ แล้วอารมณ์ขันเป็นเป็นสิ่งพื้นฐานที่คุณควรมีเมื่อคุณจะจีบใครสักคนหนึ่ง 

ภาพถ่ายโดย Andrea Piacquadio จาก Pexels

3. เรียนรู้เรื่องตลกง่าย 

ในช่วงระยะเริ่มต้น คุณไม่ยังจำเป็นต้องสร้างสรรค์มุกตลกเองก็ได้ แค่รู้จักค้นคว้าเท่านั้น อินเทอร์เน็ตเต็มไปด้วยแหล่งข้อมูลที่ยอดเยี่ยมสำหรับเรื่องโจ๊ก มุกตลก เรื่องขำขัน ภาพฮา ๆ การแสดงตลก ฯลฯ ลองค้นหาสิ่งที่คุณชอบที่เป็นเรื่องตลก เรื่องโจ๊ก หรือว่าเรื่องขำขัน คุณจะพบกับหลายล้านสิ่งที่จะทำให้คุณหัวเราะได้ 

คุณสามารถเรียนรู้เรื่องตลกในอินเทอร์เน็ตและลองใช้มันในชีวิตประจำวันของคุณได้ทุกเมื่อในเวลาที่เหมาะสม เคล็ดลับคือ ถ้าคุณเล่าเรื่องตลกต่อหน้าคนอื่น หากพวกเขาไม่เคยได้ยินเรื่องตลกนั้นมาก่อน แสดงว่าคุณเป็นคนตลกสำหรับพวกเขาแล้ว แต่ถ้าพวกเขาเคยได้ยินมาก่อน นั่นก็แสดงว่าเรื่องที่คุณเล่าเป็นเรื่องที่ตลกมากจริง ๆ จนพวกเขาลืมไม่ลง ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็จะทำให้พวกเขาหัวเราะได้ทั้งนั้น  

คนส่วนใหญ่ชอบที่จะอยู่ใกล้ ๆ คนที่ทำให้พวกเขาหัวเราะได้ เพราะมันให้ความรู้สึกที่ดีกับพวกเขา 

ภาพถ่ายโดย Helena Lopes จาก Pexels

4. ออกไปเที่ยวและสังเกตคนตลกๆ 

เราทุกคนต่างก็มีเพื่อนที่เป็นคนมีตลก ก้าวไปข้างหน้าและใช้เวลากับพวกเขาและเรียนรู้ว่าพวกเขาเป็นคนตลกอย่างไรและทำอย่างไรพวกเขาจึงจะเป็นคนตลก การออกไปเที่ยวกับคนตลกคนอื่น ๆ จะทำให้คุณกลายเป็นคนตลกได้อย่างแน่นอน 

แอนดรูว์ ชูลทซ์ (Andrew Schultz) นักแสดงตลกชาวอเมริกันกล่าวว่า วิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งที่ทำให้เขาพัฒนาอารมณ์ขันได้อย่างรวดเร็วคือการอยู่ใกล้ ๆ กับนักแสดงตลกคนอื่น ๆ ในคลับแสดงตลกท้องถิ่น  

ภาพถ่ายโดย Kampus Production จาก Pexels

อะไรจะดีไปกว่าการพัฒนาอารมณ์ขันของคุณเองแล้วตัวคุณยังห้อมล้อมไปด้วยคนตลก ให้ความสนใจพวกเขาอย่างใกล้ชิดและไม่ต้องกลัวที่จะมีส่วนร่วม ทุกเสียงหัวเราะไม่ว่ามากหรือน้อยก็มีค่าทั้งนั้น อันที่จริงแล้ว การหัวเราะวันละ 2 ครั้งสามารถช่วยให้คุณมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น ยกระดับคุณภาพชีวิตของคุณ และปรับทัศนคติการใช้ชีวิตของคุณได้ 

เคล็ดลับอย่างหนึ่งคือ คุณสามารถรู้ได้ว่ามีคนกำลังยิ้มอยู่หรือไม่ โดยดูได้ที่ดวงตาจากการยิ้มแบบ Duchenne smile (การยิ้มทั้งปากและดวงตา) ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดและคุณสามารถรู้ได้โดยการดูที่ขอบตาของเขาว่ามีรอยย่นหรือไม่ 

ภาพถ่ายโดย RODNAE Productions จาก Pexels

5. อย่ายอมแพ้แม้ว่าใครจะไม่หัวเราะก็ตาม

เรื่องตลกทุก ๆ เรื่องมักถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นประจำ คุณต้องเข้าใจว่าเรื่องตลกและอารมณ์ขันไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนจะเข้าใจได้เสมอไป อันที่จริงแล้ว อาจมีบางครั้งที่คุณเล่นมุกจบและได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้องตามมา 

ทุกคนเคยเผชิญกับช่วงเวลานี้มาแล้วทั้งนั้น ดังนั้นอย่ายอมแพ้เด็ดขาด บางครั้งคุณอาจต้องแอบหลบออกมาจากกลุ่มหรือปาร์ตี้เพื่อพักหายใจสักครู่ แล้วค่อยกลับเข้าไปอีกครั้ง จำไว้ว่าศัตรูของอารมณ์ขันคือความเขินอาย ถ้าคุณคือตัวตลกจริงๆ ในที่สุดคนอื่นก็ยากที่จะกลั้นหัวเราะมุกตลกของคุณได้ 

Chandler Bing (www.tyla.com)

แม้แต่ตัวละครแชนด์เลอร์ บิง (Chandler Bing) จากซีรีส์เรื่อง Friends ก็มีบางช่วงเวลาที่เขาเล่นมุกตลก แต่ทุกคนกลับจ้องมองเขาด้วยสายตาแบบว่า ‘เพื่อน มันไม่ตลกเลย!!’ แต่เขายอมแพ้หรือเปล่า? ไม่เลย และคุณก็ไม่ควรยอมแพ้เช่นกัน พยายามและคิดหาสิ่งที่ดีกว่าเพื่อทำให้คนอื่นหัวเราะ ไม่ว่าจะอยู่บนเวทีหรือแค่ในหมู่เพื่อนฝูงก็ตาม 

โจ โรแกน (Joe Rogan) นักแสดงตลกชื่อดังและพิธีกรรายการ The Joe Rogan Experience (JRE) กล่าวว่าคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของนักแสดงตลกและคนตลกคือ การไม่ยอมแพ้  

เมื่อมีคนมาทำลายความรู้สึกของคุณด้วยเรื่องตลก จงยกโทษให้พวกเขาซะและเดินหน้าต่อไป การพัฒนาอารมณ์ขันจะง่ายขึ้นมากถ้าคุณรู้จักให้อภัยผู้อื่น 

ภาพถ่ายโดย Kampus Production จาก Pexels

6. อย่าหักโหมและระวังอย่าทำให้คนอื่นขุ่นเคือง

การรู้จักคนฟังเป็นสิ่งที่สำคัญที่ทำให้พวกเขาหัวเราะได้ คุณอาจจะเล่นมุกตลกที่เกินเลยได้ แต่ในขณะเดียวกันการเล่นตลกของคุณจะจบลงด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองของคนฟังหรือคนฟังไม่อยากฟังคุณอีกต่อไป 

พยายามอ่านและตัดสินว่าคนอื่นมีปฏิกิริยาอย่างไรต่ออารมณ์ขันของคุณ หากมีคนลุกออกไป นั่นอาจเป็นสัญญาณที่ปลอดภัยให้คุณสามารถเล่าเรื่องตลกต่อไปได้ ในทางกลับกัน หากพวกเขานั่งอยู่นาน ๆ และสีหน้าดูขุ่นเคือง อาจจะดีกว่าถ้าคุณจะเปลี่ยนไปพูดหัวข้ออื่นที่คุณคิดว่าน่าจะดีกับพวกเขามากกว่า 

ภาพถ่ายโดย Elle Hughes จาก Pexels

7. มีไหวพริบและไม่งี่เง่า

อารมณ์ขันโง่ ๆ อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับคนดูหรือคนฟังบางคน แต่มันเป็นมุกตลกที่เก่าอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังอาจทำให้คุณดูไม่เป็นผู้ใหญ่อีกด้วย (ซึ่งอาจไม่เป็นผลดีในที่ทำงานและในสายตาของคนบางคน) 

การมีไหวพริบเป็นมุกตลกที่ไม่มีวันเก่า หากคุณต้องการเป็นคนตลกที่มีไหวพริบ คุณต้องรู้จักผสมผสานระหว่างความคิดสร้างสรรค์กับความสนุกสนานเข้าด้วยกัน การเสียดสีและมุกตลกเดิม ๆ นั้นมีเสน่ห์ดึงดูดก็จริง แต่การมีไหวพริบเหนือชั้นกว่านั้น 

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

นอกจากนี้ จากการศึกษาพบว่า ผู้ชายจะมองว่าผู้หญิงที่มีอารมณ์ขันที่เฉียบแหลมและมีไหวพริบจะน่าค้นหาและมีความเซ็กซี่ดึงดูดใจพวกเขามากกว่า 

ความท้าทายของไหวพริบเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ คุณสามารถฝึกไหวพริบได้ด้วยการพูดจาโต้ตอบกับคนอื่นอยู่เสมอ หากคุณรู้จักใครที่มีไหวพริบพอ ๆ กับที่คุณมีแล้วล่ะก็ ให้เกณฑ์พวกเขามาเป็นคู่ซ้อมของคุณ ก็อาจจะช่วยคุณได้ 

หากคุณพอใจกับการการะทำเช่นนี้ คุณยังสามารถลองใช้อารมณ์ขันที่มีไหวพริบในสถานการณ์จริง เช่น ในงานเลี้ยงอาหารค่ำ สำนักงาน ร้านกาแฟ ในลิฟต์ ในการพบปะครอบครัว เป็นต้น การใช้อารมณ์ขันที่มีไหวพริบในสถานการณ์จริงนั้น เป็นการเปิดเผยตัวตนว่าคุณมีไหวพริบมากน้อยแค่ไหน เมื่อคุณเริ่มชินกับมันแล้ว อารมณ์ขันของคุณจะยกระดับขึ้นไปอีกขั้น 

ภาพถ่ายโดย Yan Krukov จาก Pexels

8. คิดเชิงบวกและหัวเราะให้มากขึ้น

นี่เป็นเคล็ดลับที่สำคัญที่สุด มีใครบ้างที่หัวเราะออกเมื่อเห็นคนขมวดคิ้ว? ไม่มี หากคุณปลดปล่อยอารมณ์ที่ไม่มีความสุขออกไป ก็จะมีคนที่หัวเราะกับเรื่องตลกของคุณมากขึ้น ดังนั้น เพื่อพัฒนาอารมณ์ขันของตนเองได้อย่างแท้จริง คุณต้องหัวเราะให้มากขึ้น 

การดูตลกและการอยู่ร่วมกับผู้อื่นเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าคุณไม่มีอารมณ์ขันเอาเสียเลย คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าการมีอารมณ์ขันคืออะไร หากคุณมีความสุขและหัวเราะ คุณจะเห็นว่าอารมณ์ขันนั้นหลั่งไหลออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ คุณสามารถรู้สึกได้ว่าเรื่องตลกอยู่ในตัวคุณนั่นเอง แล้วคุณก็จะแสดงออกมาได้เอง การประหม่าและลังเลเป็นศัตรูของอารมณ์ขันของคุณ 

 

9. รู้ความแตกต่างระหว่างความตลกกับความหยาบคาย

การเยาะเย้ยเสียดสีใครบางคนเป็นเรื่องที่ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าเป็นเรื่องที่หยาบคายจริง ๆ ถึงแม้ว่าเรื่องตลกเหล่านี้อาจทำให้คนอื่นหัวเราะได้ แต่คนที่ตกเป็นเป้าของเรื่องตลกนั้นอาจรู้สึกอับอายและโกรธเคืองได้ คุณคงไม่ต้องการจะให้เป็นอย่างนั้น 

คุณสามารถทำให้เรื่องตลกโดยไม่ต้องหยาบคาย พูดเรื่องตลกเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาสามารถเปลี่ยนแปลงตนเองได้หรือคุณจะเล่าเรื่องตลกที่เป็นการตำหนิตัวเองในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งจะทำให้ไม่มีผู้ที่ตกเป็นเหยื่อในเรื่องตลกของคุณอีกต่อไป 

ล้อเลียนประชดประชันและไหวพริบสามารถช่วยให้คุณทำให้คนอื่นหัวเราะได้ แต่คุณก็ควรรู้จักและสังเกตคนฟังของคุณอยู่เสมอและควรรู้ว่าตอนไหนควรจะหยุด  

ภาพถ่ายโดย Gary Barnes จาก Pexels

10. ฝึกฝน

คำแนะนำสุดท้ายคือ การฝึกฝน ความตลกขบขันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ด้วยจังหวะการรับส่งมุกที่ดี หากเวลาและจังหวะการรับส่งมุกไม่ดี แม้แต่เรื่องตลกที่เฮฮาที่สุดก็อาจจะล้มเหลวได้ คุณจะพัฒนาเรื่องเวลาและจังหวะการรับส่งมุกได้ด้วยการลงมือปฏิบัติ ฝึกฝนเล่าเรื่องตลกเหล่านั้นต่อไป การฝึกฝนเป็นทักษะที่คุณจำเป็นต้องมี มีคำกล่าวในการเล่นคาราเต้ที่ว่า “อย่าหวั่นกลัว 1,000 กระบวนท่าที่ฝึกฝนเพียงครั้งเดียว แต่จงหวั่นกลัว 1 กระบวนท่าที่ฝึกฝนถึง 1,000 ครั้ง”  

ดังนั้น จงก้าวไปข้างหน้าและฝึกฝนเรื่องตลกเหล่านั้น เรียนรู้เรื่องเวลาและจังหวะรับส่งมุกที่เหมาะสมกับตนเองที่สุดซึ่งทำให้คุณเข้าใจ ยิ้มออก และพร้อมที่จะลุย 

อารมณ์ขันนั้น คุณสามารถทดลองกับเพื่อนแบบตัวต่อตัวเพื่อดูว่าคุณเป็นคนมีอารมณ์ขันมากน้อยแค่ไหน คุณยังสามารถพยายามทำให้ตัวเองหัวเราะได้ด้วยการทำสิ่งต่าง ๆ และหยุดวิเคราะห์สิ่งที่คุณเพิ่งทำด้วยมุมที่ตลกขบขัน ยิ่งคุณฝึกฝนมากเท่าไร คุณก็ยิ่งเป็นคนที่มีอารมณ์ขันมากขึ้นเท่านั้น 

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

อ้างอิง: Theodore 

https://practicalpie.com/how-to-be-funny-10-tips-to-improve-your-sense-of-humor/ 

หมายเหตุ: เป็นการแปลและเรียบเรียงพร้อมตัดทอนบทความตามความเหมาะสม

แปลบทความโดย: ปิ่นแก้ว ศิริวัฒน์ 
กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ 7D Book&Digital

ขอบคุณภาพประกอบจาก: เว็บไซต์ Pexels