Spread the love

คุณกำลังส่งต่อการคิดบวกแบบผิด ๆ อยู่หรือเปล่า?

คนรอบตัวของคุณอาจจะเป็นคนคิดบวกหรือแม้แต่ตัวคุณเองก็อาจจะเคยมีความคิดแบบนั้น “ทน ๆ ไปก่อน” “ไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก” “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป” “ไม่ได้แย่ไปเสียทุกวันหรอก” คำพูดเหล่านี้มักจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำให้รู้สึกดีหรือเพื่อให้สามารถก้าวผ่านเรื่องบางอย่างไปได้ แต่รู้หรือไม่ว่าการมองโลกในแง่ดีมากเกินไปอาจจะนำไปสู่ “Toxic positivity” หรือพิษจากการคิดบวกนั่นเอง

Tabitha Kirkland นักจิตวิทยาและรองศาสตราจารย์จากภาควิชาจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ได้กล่าวไว้ว่า สิ่งสำคัญคือต้องตระหนักว่าการมองโลกในแง่ดีนั้นมีความแตกต่าง แต่สิ่งที่เหมือนกันคืออารมณ์ที่อยู่ภายในของเราและอารมณ์ที่เราแสดงออกกับผู้อื่น

“Toxic positivity” เป็นวิธีหนึ่งในการตอบสนองต่อความทุกข์ทรมานของตัวคุณเองหรือของผู้อื่นซึ่งเกิดจากการขาดความเห็นอกเห็นใจต่อคนที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์นั้น นำมาซึ่งการละเลยความรู้สึกของตัวเองหรือของผู้อื่นโดยการยืนหยัดที่จะอยู่กับสิ่งที่ทำให้รู้สึกแย่แทนที่จะเลือกออกมาจากตรงนั้น”

 

“การคิดบวกที่เป็นพิษส่งผลต่อความสัมพันธ์อย่างไร

มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะรู้วิธีการพูดคุยในสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างไร เพราะนั่นหมายความว่าจะต้องคำนึกถึงวิธีการตอบสนองเมื่อมีใครสักคนที่ไว้วางใจเราเข้ามาขอคำปรึกษา

ตัวอย่างเช่น เพื่อนของคุณกำลังรู้สึกแย่มากกับสถานการณ์ในที่ทำงาน เมื่อพวกเขามาขอคำปรึกษา คุณกลับบอกเขาว่า “ทนอีกหน่อย เดี๋ยวก็ดีขึ้น” นั่นถือเป็นการส่งต่อการคิดบวกที่เป็นพิษเพราะเท่ากับว่าคุณกำลังแนะนำให้เขากลับไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทำให้เขารู้สึกแย่

หรือเมื่อลูกของคุณกำลังร้องไห้ แล้วคุณบอกเขาว่า “ถ้าหยุดร้องไห้แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น” คำพูดเชิงนี้จะเป็นการสอนพวกเขาในเรื่องของการจัดการความรู้สึกเชิงลบแบบผิด ๆ และพวกเขาจะเรียนรู้ที่จะไม่แสดงความรู้สึกหรืออารมณ์ของตัวเอง

 

“การคิดบวกที่เป็นพิษส่งผลต่อตัวคุณเองอย่างไร”

หากคุณกำลังบังคับให้ตัวเองมีทัศนคติเชิงบวกเป็นประจำในขณะที่ความรู้สึกของคุณตรงกันข้าม นั่นก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เสียสุขภาพจิตได้เช่นกัน โดยพื้นฐานแล้วหากเอาแต่โกหกอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองมันจะกลับมาหลอกหลอนคุณจนกว่าคุณจะจัดการกับมันในที่สุด

 

“การจัดการกับการคิดบวกที่เป็นพิษด้วยการฝึกสติ”

คุณอาจจะลองใช้เวลาเงียบๆ เพื่อสังเกตว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร เกิดอะไรขึ้นบ้างกับร่างกายและจิตใจ หากสังเกตเห็นความคิดเชิงลบใด ๆ อย่าตัดสินในทันทีแต่ให้จดบันทึกเอาไว้ สิ่งสำคัญคือต้องสังเกตความรู้สึกด้านลบของตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อมัน

 

“ยอมรับข้อผิดพลาดของตัวเอง”

หากคุณตระหนักว่าตัวเองคือคนที่ส่งต่อความคิดเชิงบวกที่เป็นพิษให้กับคนที่รักหรือคนที่ไว้วางใจคุณ จงยอมรับความผิดพลาดและกล่าวคำขอโทษจากใจจริง และหากรู้ตัวว่าบางสิ่งที่เคยพูดอาจจะฟังดูไม่ใส่ใจหรือมองว่าเป็นการดูถูก สิ่งที่ควรทำคือแสดงออกให้พวกเขารู้สึกได้ว่าคุณพยายามที่จะเรียนรู้จากข้อผิดพลาดและจะปรับปรุงให้ดีขึ้น

 

“รู้สึกตามที่ใจตัวเองรู้สึก”

หากคุณพยายามที่จะไม่ใส่ใจกับความรู้สึกในเชิงลบเพราะไม่อยากให้ตัวเองเป็นทุกข์ จำไว้ว่าความรู้สึกเหล่านั้นจะไม่หายไปไหนเว้นแต่ว่าคุณจะจัดการกับมันได้ในที่สุด ดังนั้นพยายามเข้าใจว่าอารมณ์เหล่านั้นมาจากไหนและหาวิธีคิดว่าจะจัดการกับความรู้สึกนั้นอย่างไร นั่นถึงจะเป็นวิธีคิดที่จะทำให้สุขภาพจิตของคุณนั้นดีขึ้นแม้ว่าจะอยู่ในสภาะที่เป็นเชิงลบก็ตาม

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

 

อ้างอิง:

What You Need to Know About Toxic Positivity จาก https://www.underluckystars.com/blog/the-stories-behind-the-star-signs/

หมายเหตุ: เป็นการแปลและเรียบเรียงพร้อมตัดทอนบทความตามความเหมาะสม

เรียบเรียงโดย: ศุภธิดา รัสพันธ์
คอนเทนต์ครีเอเตอร์ 7D Book&Digital

ขอบคุณภาพประกอบจาก: เว็บไซต์ Freepik