Spread the love

 

การตรวจเช็คสภาพก่อนการซื้อขายเป็นเรื่องสำคัญที่นักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์จะต้องคำนึงถึงก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อบ้านหรือคอนโดคุณภาพสักแห่ง ทั้งนี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดในอนาคต จงจำไว้ว่าคุณซื้ออสังหาริมทรัพย์ก็เพื่อสร้างรายได้ ไม่ใช่หลุมที่คุณจะต้องเอาเงินไปถมแบบไม่รู้จบ

มาดูกันว่านอกจากทำเลที่ตั้งและโครงสร้างพื้นฐานของตัวอาคารแล้วนั้นยังมีจุดไหนอีกบ้างที่จะต้องเช็คให้ดี

1.มองหาช่องว่างและรอยแตก

รอยร้าวระหว่างหน้าต่างและประตูมักบอกอะไรได้มากมายเกี่ยวกับการเคลื่อนที่และการทรุดตัวของอาคาร วิธีค้นหารอยแตกร้าวควรมองหาตามช่องว่างรอบ ๆ กรอบหน้าต่างและประตู แม้แต่รอยที่มีความยาวแค่ห้ามิลลิเมตรก็อาจเป็นปัญหาใหญ่ได้

2. ระวังบ้านที่เพิ่งสร้างเสร็จ ที่มักใช้วิธีทาสีกลบรอยร้าว

การทาสีกลบเป็นวิธีที่ดีในการปกปิดรอยร้าวและนี่ก็เป็นกลยุทธ์ที่มักจะใช้ในพื้นที่ที่มีการเคลื่อนไหวหรือทรุดตัวเป็นประจำ หากเป็นบ้านที่เพิ่งสร้างเสร็จให้มองหาจุดที่คาดว่าจะทำให้เกิดการทรุดตัว อาจเล็กมากจนหลายคนแทบไม่ได้สังเกต ดังนั้นจึงควรตรวจสอบโครงสร้างของอาคารอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าได้คุณภาพจริง ๆ

3. ตรวจสอบประวัติการกำจัดปลวกของโครงการ

ก่อนตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะบ้านมือสองให้ตรวจสอบว่ามีเอกสารการรับบริการกำจัดปลวกหรือไม่ หรือหากไม่มีให้ลองมองหารูเจาะแนวกั้นปลวกที่อยู่นอกตัวอาคาร หากมีการเข้ามากำจัดปลวกอยู่เป็นประจำอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยในอนาคตแต่นั่นก็ถือว่าเป็นการจ่ายที่ไม่ได้เสียเปล่า

4. ตรวจสอบกำแพงกันดินอย่างใกล้ชิด

บ้านที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่และมีกำแพงกันดินมักจะพบเจอปัญหาน้ำรั่วไหล ปกติแล้วดูค่อนข้างแข็งแรงแต่ก็มีโอกาสที่การโครงสร้างจะมีรอยรั่วและนำมาสู่การทรุดตัวและพังได้

5. พยายามหลีกเลี่ยงกำแพงบ้านที่อยู่ต่ำกว่าระดับพื้นดิน

ถ้าบ้านหรืออาคารที่มีผนังกำแพงต่ำกว่าระดับพื้นดินมีแนวโน้มหรือความเสี่ยงที่น้ำจะรั่วไหลเข้าบ้านสูงมาก  ให้สังเกตอย่างละเอียดและใกล้ชิด เช่น คราบน้ำสีชา กลิ่นอับชื้น หากมีสิ่งเหล่านี้ในบ้านนั่นคือสัญญาณการรั่วไหลที่ต้องระวัง

6. การตรวจระบบไฟฟ้าก็จำเป็น

นักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ต้องตรวจสอบสายไฟของบ้านอย่างละเอียดเพื่อให้แน่ใจว่ามีความปลอดภัย และต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษหากว่าบ้านที่กำลังตัดสินใจจะซื้ออยู่นั้นคือบ้านมือสองเพราะอาจจะมีระบบไฟฟ้ารวมถึงสายไฟที่มีการใช้งานมาเป็นเวลานาน

7. จำไว้ว่าการระบายน้ำเป็นสิ่งสำคัญ

นักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ต้องตระหนักว่าบ้านหลังที่ต้องการจะซื้อนั้นตั้งอยู่บนตลิ่ง ติดกับสวนสาธารณะ หรือพื้นที่ที่มีกำแพงกั้นดินหรือไม่ เพราะนั่นอาจหมายถึงปริมาณน้ำที่อาจจะล้นทะลักเข้ามาในบริเวณบ้านของคุณในช่วงฤดูฝน หากระบบการระบายน้ำไม่ดีอาจจะเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคตได้

8. เช็คหลังคาและฝ้าเพดานให้ดี

หลังคาที่ไม่ได้มาตรฐานอาจจะทำให้เจ้าของบ้านต้องจ่ายเงินซ้ำซ้อนเพราะหากมีการรั่วซึมจะสร้างความเสียหายตั้งแต่ฝ้าเพดานไปจนถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในบ้าน เจ้าของบ้านหลายคนกว่าจะรู้ตัวก็เป็นตอนที่เข้าหน้าฝนและยากต่อการซ่อมแซม หากรู้ตัวก่อนอาจจะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมในอนาคตได้

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

อ้างอิง: 10-point checklist for investors looking for quality properties จาก https://www.smartpropertyinvestment.com.au/research/16563-10-point-checklist-for-investors-looking-for-quality-properties

หมายเหตุ: เป็นการแปลและเรียบเรียงพร้อมตัดทอนบทความตามความเหมาะสม

เรียบเรียงโดย: ศุภธิดา รัสพันธ์
คอนเทนต์ครีเอเตอร์ 7D Book&Digital

ขอบคุณภาพประกอบจาก: เว็บไซต์ Freepik