7 นิสัยที่ทำให้แก้หนี้ไม่จบ

คนจำนวนมากไม่อ่านเรื่องยาว ๆ นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้คนจำนวนมากเป็นหนี้ยาว

1-ไม่คิดถึงตัวเองก่อน
มีคนที่ในกระเป๋ามีเงิน 10,000 บาทเท่านั้น และมันก็ต้องใช้ให้ถึงสิ้นเดือน แต่พอมีใครขอยืม 9,000 บาทก็ให้เขาทันที เพราะปฎิเสธคนไม่เป็น ท้ายที่สุดก็ไม่ได้คืนตามนัด ต้องจำนำของเพื่อให้พอใช้ถึงวันเงินเดือนออก

มีเรื่องเล่าแนวปรัชญา เขาเล่าเรื่องเด็กชายและลูกกวาดไว้: คุณมีความสุขมากที่ได้ให้ลูกกวาดกับเด็กข้างบ้าน เขายิ้มและขอบคุณที่ได้รับลูกกวาด เมื่อคุณให้บ่อย ๆ เขาก็ติดนิสัย เดินมาหาคุณที่บ้านเพื่อขอลูกกวาดทุกวัน

วันหนึ่งลูกกวาดคุณหมด เด็กที่มาขอไม่ได้ลูกกวาด
เด็กคนนี้ก็ตะโกนด่าคุณ ว่าใจดำ และเลว

ภาพถ่ายโดย Karolina Grabowska จาก Pexels

ปรัชญาของลูกกวาดหมายความว่าเมื่อคุณเสียสละเพื่อคนอื่น เขาจะชื่นชม ยิ่งให้บ่อยมันก็กลายเป็นหน้าที่ แต่วันที่คุณไม่มีหรือไม่สามารถ คุณก็หมดคุณค่าสำหรับเขา
แต่เมื่อมีคนบากหน้ามาขอพึ่ง เราก็ต้องช่วย

จำไว้ว่า ถ้าเขาขอหมื่น ก็ให้ร้อย
ให้ 1% ที่ขอ เป็นน้ำใจ ถ้าเขาเป็นคนใช้ได้ เขาจะใช้คืน

2-ไม่แก้ปัญหาหนี้สิน
หรืออีกนัยหนึ่งคือการเป็นหนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ
ยังผ่อนมอเตอร์ไซค์ไม่เสร็จ ก็ซื้อโทรศัพท์มือถือเงินผ่อนเพิ่มอีกเครื่อง ยังคิดจะผ่อนคอมฯ ต่อ ถ้าเครดิตไม่ผ่านก็ย้ายธนาคาร เอาตามที่อยากได้จนได้

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

จริง ๆ แล้วการกู้ยืม การสร้างหนี้เพื่อการลงทุนไม่ใช่สิ่งที่ควรแก่การประณาม แต่ลองคิดดู:
คุณกําลังลงทุนจริง ๆ หรือแค่ทํางานเพื่อชําระหนี้ที่สร้างขึ้นเพราะตอบสนองความอยากของตัวเอง? ไม่มีการกู้หนี้ที่ไม่มีดอกเบี้ย ไม่ต้องพูดถึงเมื่อหนี้สินที่มีชำระไม่ไหวกลายเป็นดอกเบี้ยทบต้น ท้ายที่สุดเดือนก็ไม่ชนเดือน

มีคนไม่น้อย ใช้เงินซื้อของเงินผ่อนไว้อวด เพียงเพื่อให้คนอื่น ๆ รับรู้ว่าเขามีจะกิน เป็นคนมีระดับคนพวกนี้มักจะโหยหาการยอมรับจากสังคม ภาพลักษณ์ของชีวิตส่งผลต่อความมั่นใจ

ใครก็ตามที่ใช้ชีวิตขึ้นอยู่กับความคิดของคนอื่นมากเกินไป ก็จะซื้อของที่ไม่จําเป็นเพื่อ “สร้างสีสัน” ให้กับคนที่ไม่เคยใส่ใจไม่เคยเห็นคุณค่าของคุณเลยได้เห็น โรคทั่วไปของคนเราคือรายได้น้อยแต่ความปรารถนานั้นไม่มีขีดจํากัด และเมื่อความอยากเหล่านั้นชนะวินัยทางการเงิน คุณก็จะสูญเงินทั้งหมดเพื่อซื้อของไว้อวดคนอื่น ในที่สุดคุณก็จะจนจนจนจนจนจน วนเวียนอยู่ในวงจรหนี้

ภาพถ่ายโดย Karolina Grabowska จาก Pexels

3-แสวงหาความพึงพอใจที่อยากมีความสุขที่สุดในเวลานี้ แทนที่จะคิดเพื่ออนาคต
ใช้เงินไม่คิด มันเกิดวิกฤติในท้ายที่สุด การขาดการเตรียมตัวทางการเงินและสร้างหนี้สินมากเกินไปทําให้อนาคตของคนนั้นทั้งเหนื่อยทั้งเครียด ยิ่งคุณเริ่มเก็บเงินออมเงินวางแผนทางการเงินช้าเท่าไหร่ ก็ยิ่งทําให้ความเครียดเข้ามาโถมทับชีวิตมากขึ้นเท่านั้น

ยกตัวอย่างเช่นถ้าคุณอยากลาออกจากงานที่กําลังทําเพื่อทําตามสิ่งที่คุณหลงใหลแต่คุณไม่มีเงินออม ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจอย่างไรคุณก็เครียด ถ้าคุณลาออกคุณจะต้องพยายามหาเงิน ถ้าคุณไม่ออกจากงานคุณอาจจะเครียดกับการเสียเวลากับงานที่คุณไม่ชอบ เมื่อคุณไม่มีเงินคุณจะสูญเสียทางเลือก

ภาพถ่ายโดย Andrea Piacquadio จาก Pexels

4-ไม่มีเงินสําหรับฉุกเฉิน
คุณสังเกตไหมว่าเมื่อคุณเป็นวัยรุ่นถ้าคุณยิ่งทําตัวไร้ความรับผิดชอบพ่อแม่ก็ยิ่งบังคับคุณมากขึ้น ในขณะเดียวกันหากคุณทําตามกฎของครอบครัวคุณก็จะได้รับรางวัลจากพ่อแม่ของคุณมากขึ้น

เงินก็เช่นกัน
ยิ่งคุณเก็บเงินได้มากเท่าไหร่คุณก็ยิ่งมีอิสรภาพทางการเงินมากขึ้นเท่านั้น คนที่มีเงิน 2 ล้าน จะมีอิสรภาพทางการเงินมากกว่าคนที่มีเงินเพียง 2 หมื่น และแน่นอนว่าคนที่มีเงิน 2 ล้านก็ต้องรักษาเงิน ต้องมีวินัยในการออม การทำให้เงินงอก มาเป็นเวลานานกว่าคน แค่ 2 หมื่น

ยิ่งโตขึ้นคุณจะยิ่งซึม ยิ่งถดถอยมากขึ้น แม้หวังว่าชีวิตจะไปต่อได้ แต่ชีวิตไม่ง่ายสําหรับคุณ ความยากลําบากที่ไม่คาดฝันจะมากระทบกระทั่ง เหตุการณ์ที่ต้องใช้เงิน
จำนวนมาก หรือรายจ่ายฉุกเฉินมันไม่ถามหรอกว่าคุณลูกใคร

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

5-ไม่รู้จักวางแผนการใช้จ่ายในแต่ละเดือน
หลายคนในช่วงปลายเดือนที่เงินขาดมือ มักเอาตีนก่ายหน้าผากและตะโกนว่าไม่รู้ว่าเงินของฉันหายไปไหนหมด ฉันไม่ได้ใช้อะไรเลย?

สามเหตุผลที่ทำให้เกิดคำถามนี้ก็คือ
– ไม่วางแผนที่จะใช้จ่ายรายสัปดาห์รายเดือนหรือไม่จ่ายตามแผนที่กําหนดไว้
– ไม่บันทึกรายละเอียดการใช้จ่าย
– ไม่จดก่อนจ่าย อยากได้ก็สั่นระริก

ภาพถ่ายโดย Yan Krukov จาก Pexels

6-ลงทุนกับสิ่งของแทนที่จะลงทุนกับตัวเอง
Warren Buffett มหาเศรษฐีลงระดับโลกเคยพูดว่า “ลงทุนในตัวคุณเองให้มากเท่าที่จะทําได้ เพราะคุณเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุด”

อย่าใช้เงินมากเกินไปกับภาพลักษณ์เสื้อผ้าที่จะดูล้าสมัยหากคุณวิ่งตามเทรนด์ ภาพลักษณ์ก็จะแก่ไปตามกาล แต่ความรู้และประสบการณ์เท่านั้นที่จะอยู่ตลอดไป และนั่นคือสิ่งที่ทําให้คุณพ้นจากความยากจน

อาชีพงานในทุกวันนี้ก็เหมือนกัน หากคุณคิดว่ามันยังโอเค คุณกำลังเข้าใจผิด เพราะเทคโนโลยีสมัยใหม่กําลังเปลี่ยนการทํางานในแต่ละวัน ถ้าไม่พัฒนาคุณจะถูกดินกลบหน้า ดูงานที่คุณกําลังทําอยู่ในทิศทางที่แตกต่างกัน ซื่อสัตย์กับตัวเองมากที่สุดและคิดว่าสิ่งที่คุณชอบมากที่สุดระหว่างวันทํางานที่ผ่านมา กิจกรรมอะไรที่ทําให้คุณมีพลังงานความพึงพอใจหรือความภูมิใจ คุณให้ความสําคัญกับอะไร อาชีพหรือชีวิตส่วนตัว?

ภาพถ่ายโดย ThisIsEngineering จาก Pexels

อยู่ในมิติตรงข้ามเพื่อคิดดูว่า อะไรทําให้คุณรู้สึกติดขัดล้มเหลวและไม่เชื่อมั่นในตัวเอง?
แน่นอนว่าผลลัพธ์ของคําถามข้างต้น ไม่มีคำตอบใดที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่มันช่วยให้คุณก้าวเข้าไปในโลกภายในของคุณได้ลึกซึ้งขึ้น จากเป้าหมายที่สอดคล้องกับคุณค่าที่คุณคู่ควร

7-อย่าอยากรวยเร็ว
คนที่ทํามาหาเลี้ยงชีพมานานและยังจนอยู่ พวกเขาจะมองหาโอกาสที่เรียกว่า “พลิกชีวิต”

แต่เปอร์เซ็นต์ของโอกาสการเปลี่ยนแปลงชีวิตนั้นตามข้อเท็จจริงมีไม่มาก ความมั่งคั่งส่วนใหญ่ต้องการความเพียรและความพยายามในระยะยาว
อย่าเอาสิ่งที่คุณอยากมาสร้างกับดักให้กับชีวิตตัวเอง

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อ E-Book

บทความโดย: วิชาอาแปะ สอนรวย
ครูพี่ม้อค ธวัชชัย พืชผล

สำนักพิมพ์ 7D Book & Digital

ขอบคุณภาพประกอบจาก: เว็บไซต์ Pexels