Spread the love

 

คุณอาจจะคุ้นเคยกับสำนวนฝรั่งที่ว่า “An apple a day keeps the doctor away” หรือ  “กินแอปเปิลวันละลูกช่วยให้คุณห่างไกลหมอ”

ภาพถ่ายโดย александар-цветановић จาก Pexels

สำนวนนี้มีต้นกำเนิดในปี 1866 จากเมือง “เพมโบรกเชอร์” (Pembrokeshire) ประเทศอังกฤษ และได้รับการรับรองว่าเป็นความจริงในปี 2003 โดยวารสารวิชาการ “Notes and Queries” เป็นที่แรกที่ตีพิมพ์คำกล่าวที่ว่า “กินแอปเปิลหนึ่งผลก่อนนอน แล้วมันจะช่วยไม่ให้หมอได้เงินจากคุณ” หรือ “Eat an apple on going to bed, and you’ll keep the doctor from earning his bread”

แม้ว่างานวิจัยหลายงานจะแสดงให้เห็นว่าการกินแอปเปิลมากขึ้นอาจจะไม่เกี่ยวข้องกับการไปพบแพทย์น้อยลง แต่การเพิ่มแอปเปิลลงในมื้ออาหารของคุณสามารถช่วยให้สุขภาพของคุณดีขึ้นในหลาย ๆ ด้าน

บทความนี้จะพาคุณมาพิสูจน์กันว่าการกินแอปเปิลวันละลูกช่วยให้คุณไปพบแพทย์น้อยลงจริงหรือไม่

มาเริ่มกันที่ประโยชน์ต่อสุขภาพ

แอปเปิลมีประโยชน์หลายอย่างที่สามารถช่วยส่งเสริมสุขภาพของคุณให้ดีขึ้นในระยะยาวได้ เพราะแอปเปิลมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยสารอาหารที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นไฟเบอร์ วิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ แอปเปิลขนาดกลางหนึ่งผลให้สารอาหารดังนี้

  • แคลอรี: 95
  • คาร์โบไฮเดรต: 25 กรัม
  • ไฟเบอร์: 4.5 กรัม
  • วิตามินซี: 9% ต่อวัน (The Daily Value: DV)
  • ทองแดง: 5% DV
  • โพแทสเซียม: 4% DV
  • วิตามินเค: 3% DV

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “วิตามินซี” ซึ่งช่วยทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและป้องกันโรค และนอกจากวิตามินซีแล้ว แอปเปิลยังเป็นแหล่งที่ดีของสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น เควอซิทิน (Quercetin) กรดคาเฟอีน (Caffeic Acid) และเอพิคาเทชิน (Epicatechin)

ภาพถ่ายโดย marymarkevich จาก freepik

แอปเปิลช่วยให้เรื่องสุขภาพหัวใจ

การศึกษาแสดงให้เห็นว่าการกินแอปเปิลมากขึ้นอาจสัมพันธ์กับการลดลงของความเสี่ยงในการเกิดภาวะเรื้อรังหลายอย่างรวมถึงโรคหัวใจ

จากการศึกษาในผู้ใหญ่กว่า 20,000 คนพบว่า การบริโภคผักและผลไม้ที่มีเนื้อสีขาวในปริมาณที่มากขึ้น รวมทั้งแอปเปิล ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดสมองลงได้ อาจเป็นเพราะมีสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่งที่พบมากในแอปเปิล และเป็นสารประกอบที่ช่วยลดการอักเสบและช่วยปกป้องหัวใจ

นอกจากนี้ แอปเปิลยังเต็มไปด้วยเส้นใยที่ละลายน้ำได้ ซึ่งอาจช่วยลดความดันโลหิตและลดระดับคอเลสเตอรอลลงได้ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหัวใจเช่นกัน

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

แอปเปิลประกอบด้วยสารต้านมะเร็ง

แอปเปิลมีสารประกอบหลายชนิด เช่น สารต้านอนุมูลอิสระและฟลาโวนอยด์ ที่อาจช่วยในการป้องกันการก่อตัวของมะเร็งได้

จากการการศึกษางานวิจัยถึง 41 ชิ้น พบว่า การบริโภคแอปเปิลในปริมาณที่มากขึ้นสัมพันธ์กับความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปอดที่ลดลง และยังมีการศึกษาอื่น ๆ ที่คล้ายกัน พบว่า การกินแอปเปิลมากขึ้นสัมพันธ์กับความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักที่ลดลงอีกด้วย

นอกจากนี้ งานวิจัยอื่น ๆ ยังชี้ให้เห็นอีกว่า อาหารที่อุดมไปด้วยผักและผลไม้สามารถป้องกันมะเร็งในกระเพาะอาหาร ลำไส้ใหญ่ ปอด ช่องปาก และหลอดอาหาร ได้

อย่างไรก็ตาม ยังต้องมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสามารถในการต้านมะเร็งของแอปเปิลอีกมากว่าอาจจะมีปัจจัยอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่

ภาพถ่ายโดย Polina Tankilevitch จาก Pexels

แล้วแอปเปิลยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอื่น ๆ อีกหรือไม่?

แน่นอน! แอปเปิลยังมีประโยชน์ด้านสุขภาพอื่น ๆ อีกหลายประการ เช่น

  • ช่วยในเรื่องการลดน้ำหนัก เนื่องจากแอปเปิลมีใยอาหารสูง เมื่อกินแอปเปิล คุณจะรู้สึกอิ่มได้ง่าย ซึ่งจะช่วยลดปริมาณแคลอรีจากการกินอาหารและช่วยลดน้ำหนักได้
  • ช่วยบำรุงกระดูก จากการศึกษาในมนุษย์และสัตว์ พบว่า การกินผลไม้ในปริมาณที่มากขึ้นอาจสัมพันธ์กับความหนาแน่นของแร่ธาตุในกระดูกที่เพิ่มมากขึ้นและช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคกระดูกพรุนได้
  • ช่วยบำรุงสมอง จากการศึกษาในสัตว์ พบว่า การกินแอปเปิลสามารถช่วยลดความเครียด ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น และช่วยชะลอการแก่ชราลงได้
  • ช่วยป้องกันโรคหอบหืด จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่า การบริโภคแอปเปิลที่มากขึ้นอาจสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหอบหืดลดลง
  • ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน จากการศึกษาพบว่า การกินแอปเปิลหนึ่งผลต่อวันช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ได้ถึง 28% เมื่อเทียบกับการไม่กินแอปเปิลเลย
คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

แต่ถึงจะมีข้อดี ก็ต้องมีข้อเสียเช่นกัน

แม้ว่ายังไม่มีงานวิจัยที่รองรับแน่ชัดว่า การกินแอปเปิลทุกวันอาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณหรือไม่ แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่า ถ้าเรากินอะไรซ้ำ ๆ หรือกินมากจนเกินไปอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงบางอย่างได้ โดยเฉพาะการกินอาหารที่มีไฟเบอร์อย่างรวดเร็วภายในช่วงเวลาสั้น ๆ อาจทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ตามมาได้ เช่น เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร ท้องอืด หรือปวดท้อง

ทางเลือกเพื่อสุขภาพอื่น ๆ

แม้ว่าแอปเปิลจะอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ ทั้งยังเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ แต่ก็ยังผักและผลไม้อีกหลายชนิดมีสารอาหารที่คล้ายคลึงกันและอาจเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพได้พอ ๆ กับแอปเปิล นอกจากนี้ กินแอปเปิลสลับกับผักและผลไม้อื่น ๆ ยังช่วยเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการและทำให้คุณไม่เบื่อหน่ายกับรสชาติเดิม ๆ ของแอปเปิลจนเกินไป และนี่คือผักและผลไม้ชนิดอื่น ๆ ที่คุณสามารถกินแทนแอปเปิลได้

  • กล้วย
  • บลูเบอร์รี
  • บรอกโคลี
  • แคร์รอต
  • กะหล่ำ
  • เกรปฟรุต
  • ผักคะน้า
  • มะม่วง
  • ลูกพีช
  • แพร์
  • สับปะรด
  • ราสป์เบอรี
  • ผักโขม
  • สตรอเบอร์รี
  • มะเขือเทศ
ภาพถ่ายโดย Trang Doan จาก Pexels

แม้ว่าการกินแอปเปิลที่มากขึ้นอาจจะเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกับการไปพบแพทย์น้อยลง แต่แอปเปิลนั้นอุดมไปด้วยสารอาหารและมีประโยชน์หลายอย่างที่ช่วยในการป้องกันโรคและทำให้สุขภาพของคุณดีขึ้นในระยะยาวแน่นอน

แต่นอกจากแอปเปิลแล้ว ยังมีผักและผลไม้ชนิดอื่น ๆ อีกมากมายที่ให้สารอาหารและประโยชน์ต่อสุขภาพได้เช่นกัน และเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คุณควรกินผักและผลไม้ที่หลากหลายและมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน นั่นจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของคุณมากที่สุด

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

 

อ่านเพิ่มเติมได้ที่: An Apple a Day Keeps the Doctor Away — Fact or Fiction? จาก https://www.healthline.com/nutrition/an-apple-a-day-keeps-the-doctor-away

. . .

หมายเหตุ: เป็นการแปลและเรียบเรียงพร้อมตัดทอนบทความตามความเหมาะสม

แปลและเรียบเรียงโดย: ปิ่นแก้ว ศิริวัฒน์
กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ 7D Book&Digital

ขอบคุณภาพประกอบจาก: เว็บไซต์ Pexels และ freepik