ตอนที่คนเราเป็นหนี้มักไม่ค่อยมีใครอยากพูดถึงมันหรอกครับ เรามักหาวิธีมองข้าม หาวิธีลืม ไปดูหนังก็ลืมได้ชั่วโมงกว่า ๆ ขับรถไปเที่ยวพัทยา ขาไปพอลืมได้ แต่ขากลับมันเข้ามาอยู่กับเราตั้งแต่พัทยใต้ ติดมาถึงประตูบ้าน ตามเข้าไปในห้องนอน จนเราต้องนอนลืมตาโพลงอยู่ในความมืด

ละครเรื่องลืมหนี้ในชีวิตจริงของทุกคนต่งกันออกไป แต่บทสรุปคือเราทุกคนหนีได้แค่เพียงชั่วคราว เพียงชั่วครู่เราก็กลับมาจมอยู่กับความกังวล ความเครียดอีกครั้ง

วิธีใช้หนี้ให้เร็วที่สุดคือหันหน้าสู้หนี้ครับ สู้อย่างมีขั้นตอน เหนื่อยครั้งเดียว สบายตลอดชีวิต

  1. รวบรวมตัวเลขให้ชัดเจน เป็นหนี้ใครกี่ราย รายละเท่าไร รวมทั้งหมดเท่าไร
  2. ขายทุกสิ่งที่มีที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้ ถ้ามีหลายรายก็เฉลี่ยใช้หนี้เรียงลำดับความสำคัญที่จะมีผลต่ออิสรภาพของเราเป็นหลัก คนส่วนใหญ่ที่เป็นหนี้ตัดใจไม่ลงครับ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงสมัครใจ ความจริงคือ ถ้าคุณไม่สมัครใจ คุณจะถูกบังคับในท้ายที่สุด เพราะฉะนั้นจงเข้มแข็ง และตัดใจให้ได้ ถ้าคุณยังรักความสะดวกสบาย แต่เครียดตลอดก็ไม่ต้องเรียนรู้ข้อต่อไป
  3. เมื่อขายทุกสิ่งที่มี เฉลี่ยใช้หนี้ตามลำดับ ก็รวบรวมจำนวนหนี้ที่เหลือ ตั้งเป็นโจทย์ เช่น ถึงขั้นนี้มีหนี้คงเหลือสิบสองล้าน เราตั้งใจให้หมดในสี่ปี นั่นก็แปลว่าเราจะต้องหาเงินมาชำระหนี้ละสามล้านบาท อยากรู้ว่าเดือนละเท่าไรก็เอาสิบสองไปหารดูเอาเอง

แล้วเราจะเอางินไหนมาใช้หนี้…ทำงานสิครับ วางแผนทำงานให้มีกำไรสุทธิพอที่จะชำระหนี้บวกดอกเบี้ย บวกกับที่เราต้องใช้จ่ายประจำวัน ซึ่งแผนชำระหนี้ก็สามารถยืดหยุ่นทั้งลดต้นลดดอก ชำระเป็นชั้นบันได้ของช่วงเวลาชำระนี้….มือกันหน้าสู้ เราจะรู้ว่าทุกวิธีเจ้าหนี้เอาด้วย

เอาประสบการณ์ความสามารถในการสร้างหนี้นั่นแหละครับ พลิกเป็นความสามารถในการชำระหนี้

เริ่มที่ตั้งเป้าหมายในการชำระหนี้… (เป้าหมายมันจะกำหนดภารกิจว่าคุณต้องทำอะไรบ้าง)

ผมยืนยันว่าทุกคนที่มีเป้าหมาย (จะรู้ว่าตัวเองต้องทำอะไรที่อย่างในแต่ละวันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามวัตถุประสงค์)

คนคิดเป็นทำจริง ชนะหนี้ทุกคนครับ เพราะเพียงแค่คิดหาหนทาง นั่งวาแผน สมองเราก็จะโปร่งโล่ง มีหวังมีกำลังใจ คนที่รู้จักวางแผน และทำตามแผนชนะทุกคน (ช่วงที่ยากลำบากคือข้อสอง ถ้าเด็ดขาด เอาชนะใจตัวเองได้จะเป็นผู้ชนะแต่ถ้าเสียดาย คนผู้นั้นจะต้องหนีตลอดชีวิต)

BONUS

ขออธิบายเพิ่มเติมกับประโยคที่ว่า “เอาประสบการณ์ความสามารถสร้างหนี้พลิกเป็นความสามารถในการชำระหนี้” 

ยกตัวอย่างเช่น เราลงทุนลงแรงทำงานทุกวันโดยไม่มีเป้าหมาย เหมือนซื้อทุเรียนห่าม ๆ มาทีเดียวยี่สิบลูกเพราะเห็นว่าราคาถูก แต่เดิมเราขายได้วันละหนึ่งลูก และจากห่ามไปสู่วันที่ก้นบานสุกงอมก็มีเวลาเจ็ดวัน แปลว่าเจ็ดวันเราขายได้เจ็ดลูก สมมติว่าเราบวกกำไรหนึ่งเท่าตัวก็แปลว่าทุนขายคุมไปถึงสิบสี่ลูก จึงทำให้เราขาดทุนหกลูก เราจึงควรรู้ว่า

  1. พลาดไปเพราะโลภซื้อเกินความต้องการของลูกค้า
  2. เมื่อซื้อมาแล้วต้องหาวิธีขายให้หมด แต่ทำไม่ทันกับเวลา ทุเรียนก้นบานก่อนจึงต้องขาดทุน
  3. ไม่มีแผนรองรับว่าขายไม่หมดแล้วจะทำอย่างไร เช่น ลดราคาเพื่อขายง่าย ๆ หรือจูงใจให้ซื้อโดยแถมเงาะสักหนึ่งกิโล ที่ยกตัวอย่างนี้เป็น

หลักคิดส่วนหนึ่งที่ทำให้เราขาดทุนหรือเป็นหนี้เพราะตัดสินใจผิดพลาดหรือทำหน้าที่ได้ไม่สอดคล้องกับเป้าหมาย จึงตอบว่าหาความบกพร่อง ตอนสร้างหนี้ให้เจอ แล้วทบทวนเพื่อหาทางออก เราจะได้ไม่โง่เรื่องเดิมความฉลาดที่ได้จะทำให้เราสร้างรายได้ตามที่ต้องการได้อย่างรอบ

สนใจสั่งซื้อหนังสือคลิก

ครูพี่ม้อค ธวัชชัย พืชผล (วิชาอาแปะ สอนรวย) คณะทำงานสำนักพิมพ์ 7D BOOK & DIGITAL

ขอบคุณภาพประกอบจาก: เว็บไซต์ Pexels