Spread the love

เราลงทุนกับทรัพย์สินได้หลายอย่าง แต่ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงมองหาความคุ้มค่าจากการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ?

คำถามนี้ถูกส่งตรงไปยัง ‘คุณสุวิทย์ เกื้อหนุน’ นักลงทุนมากประสบการณ์เจ้าของเพจ Boost Up Your Wealth เพจที่เพิ่งเปิดตัวมาได้ไม่นานนัก แต่บอกเล่าเรื่องราวความรู้เกี่ยวกับการลงทุนและแนวทางการสร้างความมั่งคั่งเอาไว้อย่างเข้มข้น

แล้วทางทีมงานของเราก็ได้คำตอบจากคุณสุวิทย์ มาว่า…

“นั่นเป็นเพราะ ทรัพย์สินที่ดี คือ ทรัพย์สินที่ทำเงินเข้ากระเป๋าให้เรา แต่ถ้าหากทรัพย์สินชิ้นนั้นเอาเงินออกจากกระเป๋าของเรา..แบบนั้นผมขอเรียกมันว่าหนี้สินครับ”

ความคุ้มค่าที่คนส่วนใหญ่มองหากัน คือการลงทุนกับทรัพย์สินที่ให้ผลตอบแทนอย่างยั่งยืน ลงทุนแค่ครั้งเดียวแต่ต่อยอดและสร้างกำไรได้หลายเท่า ทำเงินเข้ากระเป๋าได้แบบไม่รู้จบ

ลองนึกภาพง่าย ๆ ก็อย่างเช่น ถ้าคุณกู้เงินมา 800,000 บาท คุณเลือกที่จะซื้อรถยนต์ที่มีแต่จะเสื่อมสภาพลง หรือจะซื้อคอนโดสักแห่งแล้วปล่อยเช่าเพื่อเอากำไร ?

แล้วเราจะลงทุนอสังหาฯ อย่างไรให้คุ้มค่า ?

นี่คือคำถามที่แล่นเข้าสู่สมองของนักลงทุนมือใหม่และนักลงทุนมือเก๋า ที่แม้จะมีเงินก้อนอยู่ในมือ แต่ก็ยังคงสับสนและลังเลใจอย่างหนักเมื่อต้องทุ่มเงินไปกับอสังหาริมทรัพย์ ท่ามกลางสถานการณ์ที่หลายคนมองว่าเศรษฐกิจกำลังดิ่งลงเหว โดยไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นตัวขึ้นได้ในช่วงเวลานี้อย่างแน่นอน

คุณสุวิทย์ยังเล่าต่อด้วยว่า อสังหาฯ ที่ทำกำไรอย่างคุ้มค่าในยุคนี้ ไม่ได้มีแค่บ้านหรือคอนโดในตัวเมืองเท่านั้น เพราะถ้าหากคุณมองการณ์ไกลและหวังจะคว้ากำไรที่มากกว่าตัวเงิน การลงทุนกับ #ที่ดินเพื่อปลูกป่า ก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย

ลงทุนซื้อที่ดินเพื่อปลูกป่า อีกหนึ่งช่องทางคว้ากำไร

สนใจซื้อหนังสือคลิก

ก่อนหน้านี้ ในช่วงที่โควิดกำลังระบาดหนัก และหลายคนกำลังหวาดกลัวการลงทุน คุณสุวิทย์ได้ตัดสินใจซื้อที่ดินในจังหวัดเพชรบูรณ์เอาไว้เพื่อปลูกป่า เพราะเล็งเห็นความคุ้มค่า 5 ประการดังต่อไปนี้

Image may contain: text that says 'ความคุ้มค่าจากการลงทุนอสังหาฯ หาฯ ในที่ดินเพื่อปลูกป่า 3 ปลูกพืชเศรษฐูกิจ ต่อยอด สร้างกำไร ได้หลายช่องทาง สะสมความมั่งคั่ง ผ่านขนาดของต้นไม้ เติมเต็มผืนป่า ธรรมชาติฟื้นฟู เยียวยาจิตใจ นักลงทุน 5 ความสุข คือกำ ที่ได้กลับมา มากยิ่งกว่า จำนวนเงิน วนเงิน 2 ยิ่งเรียบง่าย คนเมืองยิ่งโหยหา มูลค่ายิ่งเพิ่ม... ปลูกผัก เลี้ยงปลา สูดอากาศบริสุทธิ์ 1 ซื้อแล้วไม่มีขาดทุน ที่ดิน คือ สินทรัพย์ที่ดีมาก มูลค่าไม่เคยลด มีแต่จะเพิ่มสูงขึ้น'

#ข้อแรก ที่ดิน..ซื้อแล้วไม่มีขาดทุน

“ผมคิดว่าที่ดินคือสินทรัพย์ที่ดีมากตัวหนึ่ง เพราะมันไม่เคยลดมูลค่าลงเลย มีแต่ราคาจะเพิ่มสูงขึ้น และที่ดินก็เป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ไม่สามารถสร้างเพิ่มขึ้นมาได้”

คุณสุวิทย์ยืนยันหนักแน่นว่าการซื้อที่ดินนั้นมีแต่ความคุ้มค่า ถึงแม้จะอยู่ในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังมีปัญหา หรือต่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อขึ้นในอนาคตก็ตาม เพราะสินทรัพย์อย่าง ‘ที่ดิน’ ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัดนั้น มีแต่จะเพิ่มมูลค่าและราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ และถ้าหากเกิดเงินเฟ้อจริง คนที่มีเงินเยอะ ๆ ก็ต้องไปไล่ซื้อสินทรัพย์ ซึ่งจะเป็นการดันราคาให้เพิ่มสูงขึ้นไปอีก

 

#ข้อที่สอง ยิ่งเรียบง่าย คนเมืองยิ่งโหยหา มูลค่ายิ่งเพิ่ม

“เมื่อเกิดวิกฤติโควิด คนที่อยู่ในเมือง ไม่ทีที่ดินเพียงพอก็ไม่สามารถผลิดอาหารเองได้ เมื่อขาดรายได้ ก็ไม่มีเงินไปซื้อหาอาหาร จนเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ในขณะที่คนมีที่ดินเขาสามารถปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ผลิตอาหารกินเองได้ โดยไม่มีใครเดือดร้อน และยังมีความมั่นใจในความปลอดภัยของอาหารที่ผลิตเองด้วย “

ในยามที่เกิดวิกฤต ขาดแคลนอาหารหรือเครื่องอุปโภคบริโภค จะเห็นได้ชัดเลยว่าธรรมชาตินั้นสำคัญแค่ไหน ถึงแม้ผู้คนจะโหยหาความเจริญรุ่งเรื่องในเมืองกรุง แต่สุดท้าย..พืชผักและข้าวปลาอาหารก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้อยู่ดี

และเมื่อผู้คนโหยหาชีวิตที่เรียบง่าย ราคาที่ดินเพื่อปลูกป่าจึงมีแต่จะเพิ่มสูงขึ้น เรียกได้ว่า “ถ้าขาย..ก็มีแต่กำไร ถ้าไม่ขาย..ใช้ชีวิตอยู่เองก็มีความสุขดี”

 

#ข้อที่สาม ต่อยอดและสร้างกำไรได้หลายช่องทาง

“ลองปลูกต้นไม้มีค่าทางเศรษฐกิจดูครับ…ในปีแรก ๆ อาจจะต้องดูแลมากสักหน่อย แต่ในปีต่อๆไป ต้นไม้ก็จะเติบโตไปด้วยตัวมันเอง ปล่อยให้ธรรมชาติดูแล และทำงานให้เรา แล้วต้นไม้ที่ค่อย ๆ โตก็จะเพิ่มมูลค่าขึ้นเรื่อยๆ เราก็ค่อยสะสมความมั่งคั่งผ่านขนาดของต้นไม้ และราคาในที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้น”

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ไม้เศรษฐกิจก็ยังอยู่ในความต้องการของตลาดเสมอ เพียงแต่คุณต้องหาความรู้เรื่องต้นไม้สักหน่อย เลือกดินที่เหมาะสม ใส่ใจดูแลสักระยะ จากนั้น ต้นไม้จะงอกเงยทำกำไรให้คุณได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

#ข้อที่สี่ ลงทุนแล้ว…ธรรมชาติฟื้นฟู

“ต้นไม้ที่เติบโตขึ้น จะช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนให้กับชุมชน หมู่บ้าน และประเทศของเรา ที่ดินบริเวณนั้นจะร่มเย็นยิ่งขึ้น มันช่วยฟื้นฟู ธรรมชาติและระบบนิเวศน์ให้กลับมาดีขึ้นได้จริง ๆ ครับ”

หลายคนคงเคยทำอสังหาฯ โดยการสร้างตึกหรือคอนโดใหญ่โตเพื่อเติมเต็มเมืองกรุงมามากแล้ว เพราะฉะนั้นลองลงทุนกับที่ดินปลูกป่าดูบ้าง เพราะมันก็เหมือนกับการที่เราหันมาเติมเต็มผืนป่า เติมเต็มธรรมชาติ นอกจากจะทำให้สิ่งแวดล้อมได้ฟื้นฟูแล้ว ยังช่วยเยียวยาจิตใจนักลงทุนอย่างเราได้ด้วย

 

#ข้อที่ห้า ความสุข คือ กำไรที่มากกว่าตัวเงิน

“ผมมีความสุขที่ได้ไปพักผ่อนหย่อนใจในวันหยุด ได้ไปนอนรับอากาศหนาวในหน้าหนาวที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ไปเดินดูสวน ดูต้นไม้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่ดีมากๆ อย่างหนึ่ง”

คุณสุวิทย์ได้ใช้ชีวิตช่วงพักผ่อนในต่างจังหวัดกับครอบครัวบ้างเป็นครั้งคราว ซึ่งก็นับว่าคุ้มค่ามากแล้วเมื่อเทียบกับเงินที่ได้ลงทุนไป เพราะอย่างไรก็ตาม แม้ว่าคุณจะหวังกำไรเป็นเงินจำนวนมากจากการลงทุน  แต่มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ หากเงินนั้นไม่ได้สร้างความสุขให้เราเลย

#สรุปง่ายๆคือ…

ที่ดินเพื่อปลูกป่า เป็นอีกหนึ่งช่องทางการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนอสังหาฯ ในยุคนี้ แม้ราคาที่ดินจะไม่ได้ขึ้นพรวดพราดเหมือนอสังหาริมทรัพย์ในตัวเมือง แต่ราคาก็ไม่มีทางดิ่งลงมาง่าย ๆ แน่นอน

นอกจากนั้นแล้วคุณยังสามารถเก็บที่ดินไว้สร้างบ้านพักอาศัย หรือเก็งกำไรได้อีกนานหลายปี เพราะที่ต่างจังหวัดติดธรรมชาติแบบนี้ ต่อไปในอนาคตจะมีแต่คนต้องการ โดยเฉพาะคนเมืองที่โหยหาความเรียบง่าย และการใช้ชีวิตแบบพอเพียง

แล้วระหว่างนั้นคุณก็ปลูกต้นไม้เศรษฐกิจบ้าง ไปพักผ่อนหย่อนใจบ้าง รับรองว่านอกจากตัวเงินในบัญชีจะเพิ่มขึ้นแล้ว คุณยังคว้ากำไรทางใจกลับมาได้อีกเยอะเลย

การลงทุน เมื่อไม่ขาดทุน ก็นับว่าคุ้มค่ามากแล้ว

แต่ถ้าลงทุนไป แล้วได้ความสุขกลับมาอีก แบบนี้แสดงว่าคุณค้นพบความหมายของการทำธุรกิจอย่างแท้จริง เหมือนอย่างที่คุณสุวิทย์ทำ…

‘ยิ่งลงทุน ยิ่งลงมือทำ ยิ่งมีความสุข’

สนใจซื้อหนังสือคลิก

ขอบคุณข้อมูลจาก คุณสุวิทย์ เกื้อหนุน

เจ้าของเพจ Boost Up Your Wealth

 

เรียบเรียงโดย : ณัฐริกา หลิมไทยงาม

กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ 7D Book

ขอบคุณภาพประกอบจาก: เว็บไซต์ Pexels