ก้าวต่อไปของเรา จะเป็นก้าวที่มีคุณค่าได้อย่างไร

เด็กเวียดนามผู้สร้างแบรนด์ Samui Hut (เอามะพร้าวจากสมุยไปต่อยอดธุรกิจ) และข้อคิดสําหรับการเริ่มธุรกิจของเขา

Đỗ Hoàng Minh Khôi (1992) หรือที่รู้จักกันมากกว่านี้ในชื่อ “He Always Smiles” เป็นหนึ่งใน Vlogger ในช่อง YouTube ของเวียดนาม

นอกจาก Vlogger แล้วเขายังเป็นนักธุรกิจหนุ่มที่มีชื่อเสียงในฮานอย Minh Khôi เริ่มธุรกิจเมื่ออายุ 16 เริ่มด้วยการขายเสื้อผ้าผ่านออนไลน์ จากนั้นเขาก็ทําให้กระแสไอศกรีมมะพร้าวของ Samui Hut ของไทยเป็นโด่งดังมากในเวียดนาม

เมื่ออายุ 23 เขากลายเป็นเจ้าของร้านอาหาร 1 ห้องเกม 1 ร้านแฟชั่น 2 ร้านและร้านไอศกรีม 4 สาขา

ในวิดีโอล่าสุด เขาได้บอก 5 ขั้นตอนพื้นฐานสําหรับการเริ่มต้นธุรกิจไว้

1. ทุ่มเทเรียนรู้พฤติกรรมของลูกค้า

ภาพถ่ายโดย Andrea Piacquadio จาก Pexels

“ตลอด 10 กว่าปีตั้งแต่อยู่มัธยมต้น ผมใช้เวลาไปร้านกาแฟมากมายนับเป็นร้อย ๆ ร้านไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนผมต้องมีลิสต์ร้านดังที่ชอบที่สุดที่มี เพื่อให้ได้ลองลองไปเยี่ยมไปดื่มไปชื่นใจให้มากที่สุดเท่าที่จะทําได้
ผมเชื่อว่าประสบการณ์จริงที่ลึกซึ้งภายใต้มุมมองของลูกค้า ที่มีความยากลําบากในการค้นหาแต่ก็สําคัญมาก เพราะว่าเราจะให้สิ่งดี ๆ กับลูกค้าได้อย่างไรหากว่าตัวเราเองยังไม่รู้เลยว่าอะไรดี?”

สมมุติว่าเมื่อไปคาเฟ่ใด ๆ ก็ตาม ต้องหมั่นสังเกตว่าอาหารเครื่องดื่มที่นั่นเป็นอย่างไรพื้นที่มีการโฟลว์ของลูกค้าอย่างไร ไม่เพียงเท่านั้นรายละเอียด เช่น กลิ่น เพลง แสงไฟ พนักงานบริการ แม้กระทั่ง wifi ก็สําคัญมาก

แต่การสังเกตยังไม่พอ คณต้องเจาะลึกพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างหนักด้วย 2 วิธี:

อันดับแรกเป็นรายการและประสบการณ์ 5 ชื่อ (แบรนด์) ที่ดีที่สุดในตลาดและคู่แข่งในอนาคตของคุณ จากนั้นตั้งตารางเปรียบเทียบว่าแต่ละด้านแข็งแรงอ่อนแอแค่ไหน (ทำ SWOT)

วิธีที่สองแม้ว่าเป้าหมายของคุณจะแค่เปิดร้านกาแฟเล็ก ๆ (3 ดาว) แต่ก็ควรจะใช้เวลากับประสบการณ์ต่อแบรนด์ระดับ 5 ดาว สิ่งนี้จะทําให้คุณรู้ถึงมาตรฐานของตลาดและประเมินว่าคุณอยู่ในส่วนไหนในบันไดมาตรฐานนั้น ในทางกลับกันก็สามารถนําคะแนนไปใช้กับร้านของตัวเองได้เช่นกัน เพื่อคุณจะได้สร้างมาตรฐานของคุณเอง

2. มีทีมที่ดี

ภาพถ่ายโดย Tim Douglas จาก Pexels

“หากจะเลือกก้าวที่สําคัญที่สุดในการทำธุรกิจ ผมคิดว่ามันคือการมีทีมที่ดี มีผู้คน เพื่อนร่วมทีมที่ดี แล้วสินค้าบริการก็จะดีตาม”

Minh Khôi ได้ตัวอย่างจากแบรนด์ All Day Coffee ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 ของเขา เขามีทีมที่เคยอยู่ในโครงการ Xofa Cafe กว่า 6 ปี เคยอยู่ในความดูแลของการตลาดให้กับ Coffee Community ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เคยได้รับรางวัลในการประกวดกาแฟที่เซี่ยงไฮ้ นอกจากนั้นเขายังซุ่มดูความสามารถของคนรุ่นใหม่ ที่เคยมีประสบการณ์ทํางานให้กับ Starbucks, Golden Gate

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

“ถึงแม้ว่าแบรนด์ของผมจะเป็นแบรนด์ที่ใหม่มาก แต่ผมก็พยายามที่จะมองหาบุคลากรที่ดีที่สุดเท่าที่จะทําได้สําหรับโปรเจคต์นั้น ๆ ความจริงผมเองยังไม่เชี่ยวชาญ ไม่แข็งแรงมากเกี่ยวกับเรื่องกาแฟ ผมจึงต้องมองหาเพื่อนร่วมทีมที่เก่งกว่าผม ผมหาผู้คนที่เก่ง รับผิดชอบในส่วนที่ผมอ่อน เพื่อมุ่งเน้นให้ธุรกิจที่ผมเริ่มได้ก้าวไปที่จุดที่แข็งแกร่ง ไม่มีใครที่เก่งไปทุกด้านทุกคนควรให้ความสําคัญกับสิ่งที่ตัวเองถนัด เพื่อเติมเต็มในส่วนของกันและกัน”

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทีมจะดีแต่ก็ต้องใช้เวลาในการทํางานร่วมกันเพื่อทําความเข้าใจกันให้มากขึ้น

3. รู้ว่ากำลังรับใช้ใครและเราต้องเข้าใจต้องรู้จักพวกเขาให้ดีพอ

ภาพถ่ายโดย cottonbro จาก Pexels

“บางครั้งสินค้าที่เราทําและสิ่งที่คนอยากได้มันไม่ตรงกัน” ไม่ว่าต้องทำงานหนักแค่ไหน ความจริงคือเราต้องรู้ว่าเราเป็นตัวแทน เราสามารถตอบสนองลูกค้าได้เพียงกลุ่มเดียว กลุ่มเป้าหมายต้องการอะไร คิดอะไรอยู่ คือสิ่งที่ต้องค้นหา

เขาได้บอก 2 วิธีที่ช่วยให้เราจินตนาการถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายไว้

ก่อนอื่นเมื่อถึงร้านกาแฟที่มีรูปแบบคล้าย ๆ กับที่เราจินตนาการไว้ ให้สังเกตว่าลูกค้าที่นั่นเป็นใครพวกเขามาพร้อมกับความตั้งใจที่จะมานั่งทํางานหรือพบปะเพื่อน นั่งคนเดียวหรือนั่งเป็นทีม พวกเขามักจะสั่งอาหารอะไรมากิน เขาดื่มอะไร เมื่อมีการสังเกตที่มากพอคุณจะดึงแนวคิดจากตัวอย่างที่ได้เห็น คุณจะประเมินตัวเลขตัวเลขเชิงสถิติออกมาได้และจะคิดออกว่าจะตอบสนองลูกค้ามีเป้าหมายด้วยสินค้าหรือบริการแบบไหน

ประการที่สอง คือถามลูกค้าเป้าหมายโดยตรงว่าเพื่อนเขา ตัวเขา ต้องการอะไรใหม่ ๆ มากกว่าที่เป็นอยู่ คุณอาจจะให้ลูกค้าลองดื่มกาแฟหรืออาหารตัวอย่าง ให้เขาดูพื้นที่ของร้านที่คุณออกแบบเป็นภาพไว้ ว่าตรงกับที่เขาต้องการไหม สิ่งนี้มีน้อยจะช่วยให้คุณค้นพบมุมมองของลูกค้าและหลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่คุณคิดเองแต่ว่ามันไม่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย

“ผมเชื่อว่าการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไรคืองานคืองานที่นักธุรกิจต้องทำตลอดชีวิต วันนี้เขาเป็นลูกค้าของเรา แต่อีก 5 ปี 10 ปีความคิดของพวกเขาจะเปลี่ยนไป ตลาดการเคลื่อนไหวไม่หยุด มาตรฐานที่ลูกค้าต้องการก็ที่ไม่หยุดและตัวเราเองก็เช่นกัน แม้แต่โปรเจคต์ที่สร้างมาก่อน ผมก็ยังทําแบบสํารวจแบบสอบถามกับลูกค้าอยู่เสมอ”

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

4. การวางแผนธุรกิจ

สิ่งที่ผมต้องการเน้นย้ำ ในแผนธุรกิจหลักคือการระบุ “การแก้ปัญหา” ว่าคุณสามารถตอบสนองลูกค้าให้ดีกว่า มากกว่าได้อย่างไร

คุณสามารถหาคําตอบได้ผ่าน 3 คําถาม:

– สิ่งที่คุณทําได้ดีเท่ากับแบรนด์ที่มีในตลาด?
“ตัวคุณเองต้องเป็น ‘แฟนตัวยง’ ของ Starbucks ผมศึกษาตํานานที่มาของธุรกิจของเขา ในวันที่ผมเปิด All Day Coffee ผมคาดหวังว่าร้านจะสามารถส่งมอบคุณค่าที่เทียบเท่ากับมาตรฐานสากลเช่น Starbucks จากพื้นที่ จากสินค้าและบริการ ผมพยายามที่จะทํามันให้เทียบเท่า ผมคิดว่า 80 % ของสิ่งที่แบรนด์ใน Segment เดียวกันทําได้เราก็ควรจะทําได้เช่นกัน”

ภาพถ่ายโดย Dom J จาก Pexels

– อะไรที่คุณทําได้ดีกว่าพวกเขา?
บอกตัวเองว่าเขา (ลูกค้า) ต้องการให้รสชาติกาแฟที่มีคุณภาพมากกว่าที่พวกเขาคาดหวัง และด้วยการบริการพนักงานทุกเดินไปที่ลูค้าและทำทุกสิ่งด้วยใจเพื่อตอบแทนความกรุณาของลูกค้าที่ให้กับเรา จากหัวใจของเรา

– อะไรคือสิ่งที่คุณสามารถทําแตกต่างจากพวกเขาได้?
“การสร้างความแตกต่างคือวิธีคิดของผม ตั้งแต่ทําช่อง youtube และใส่กล่องกาแฟไว้บนหัวตอนถ่ายทำ ในปี 2018 All Day Coffee เป็นหนึ่งในไม่กี่แบรนด์ที่มีธุรกิจกาแฟพิเศษคั่วเองใหม่ ๆ คอยบริการลูกค้าทุกวัน”
ชุดโต๊ะ แก้วกาแฟ แก้วน้ำถูกออกแบบมาโดยเฉพาะในแต่ละแบบ ให้เหมาะสมสําหรับเครื่องดื่มแต่ละประเภท ผมใส่ใจจากรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้แทนที่จะใช้เงินค่าโฆษณา ทีมของแบรนด์ให้ความสําคัญกับการแก้ปัญหาที่ให้คุณค่าที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องกับลูกค้า

5. การกระทํา

ชีวิตจะเป็นอย่างไร มันขึ้นอยู่กับขั้นตอนสุดท้าย คือ การตัดสินใจที่จะลงมือทำ และทุกการกระทําต้องมีการปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ

“12 ปีที่แล้วที่ผมไม่มีความรู้ในการทําธุรกิจ ผมก็แค่เริ่มต้นด้วยการสำรวจดู Google ตอนนี้ก็ยังคงมองหาอะไรใหม่ จาก Google ทุกวัน ผมไม่รู้ว่าจะเปิดร้านกาแฟอย่างไรเมื่อ 12 ปีที่แล้ว
แต่ตอนนี้ผมสามารถตอบคําถามได้อย่างละเอียดเช่นขายราคาเท่าไหร่เมนูอะไรพื้นที่เป็นอย่างไร…”

เขาเรียนรู้ทุกอย่างจากสื่อ
เขาเติบโตเพราะกล้าทำ
ที่เอามาเล่า เพราะว่าเขาส่องมาถึงสมุย และดึงจุดแข็งของเขามาใส่แบรนด์ สร้างธุรกิจในชื่อสมุย จนเป็นที่รู้จักและยอมรับในตลาดเวียดนาม

อย่าคิดว่าเราเคยดีกว่าเขา หรือวันนี้ทำไมเขาก้าวไกลกว่าเรา
เพราะสิ่งที่ควรคิดคือ
ก้าวต่อไปของเรา จะเป็นก้าวที่มีคุณค่าได้อย่างไร

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

บทความโดย: วิชาอาแปะ สอนรวย
ครูพี่ม้อค ธวัชชัย พืชผล

สำนักพิมพ์ 7D Book & Digital

ขอบคุณภาพประกอบจาก: เว็บไซต์ Pexels