Spread the love

ปกติพูดถึงการเป็นหนี้ คนยืมเงินที่ไหนก็ต้องกลัวเจ้าของเงินที่ยืมมาเป็นธรรมดาจริงไหม อีกมุมหนึ่งก็มีลูกหนี้ที่คนยืมเงินกลัวเหมือนกันนะ วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ “ลูกหนี้ NPL” ลูกหนี้ที่ธนาคารกลัว

NPL หนี้เสีย ธนาคารขยาด

ลูกหนี้เบี้ยว หนี ไม่จ่ายหนี้เกิน 3 เดือน (90 วัน) ธนาคารกลัวมาก ๆ เลยล่ะเพราะว่าการไม่จ่ายหนี้ 90 วัน ถือเป็นหนี้ NPL (Non-performing Loan) หรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ซึ่งธนาคารจะเข้ามาดูแลคนกลุ่มนี้เป็นพิเศษ ทั้งตามหนี้ถี่ขึ้น อาจปิดบัญชีหนี้เก่า แล้วเพิ่มบัญชีสินเชื่อใหม่ที่เพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขึ้น หรืออาจลด/ตัดค่างวด สิ่งเหล่านี้ทำไปเพื่อลดหนี้เสียที่จะเกิดกับธนาคารลง เพราะ NPL ไม่เป็นผลดีกับใครเลย

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

สาเหตุที่ NPL ไม่เป็นผลดีกับใครก็คือ  

01 – ประวัติเสีย กู้ยาก ดอกสูง

ถ้าเป็นลูกหนี้ที่มีประวัติเคยติด NPL ถือเป็นประวัติเสีย โดยก่อนที่สถาบันการเงินต่าง ๆ จะปล่อยกู้จะพิจารณาพฤติกรรมการชำระหนี้ การใช้จ่าย ผ่าน NBC (บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ) Credit Scoring (คะแนนเคดิต) ของแต่ละบุคคล และอื่น ๆ ประกอบการพิจารณาปล่อยสินเชื่อ เมื่อพบประวัติเสีย การขอสินเชื่อก็จะยากขึ้น ถ้ากู้ได้ธนาคารก็จะปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยในราคาแพง เพราะธนาคารต้องแบกรับความเสี่ยงที่ลูกหนี้ที่อาจเบี้ยวไม่จ่าย ดังนั้นคนที่จ่ายหนี้ดี เครดิตไม่เสีย ไม่ต้องกังวลเพราะจะได้ดอกเบี้ยที่ถูกกว่าคนประวัติเสียแน่นอน

 

02 – ธนาคารไร้คนลงทุน

NPL เป็นตัวเลขที่บอกว่าธนาคารมีหนี้เสียมากแค่ไหน ถ้าธนาคารไหนที่ NPL เยอะ ๆ จะไม่มีนักลงทุนสนใจลงทุน เพราะการบริหารจัดการแย่ หนี้เสียเยอะ อีกทั้งการปล่อยกู้แต่ครั้งธนาคารจะต้องสำรองเงินตามเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยตั้งไว้ อย่างเช่น ถ้าเกิดเอขอกู้ 100 บาท ธนาคารต้องสำรองเงินไว้ 80-100 บาท โดยห้ามนำเงินก้อนนี้ไปปล่อยต่อ นั้นหมายความว่าถ้าเกิดหนี้เสีย ธนาคารจะขาดรายได้และเสียโอกาสที่จะนำเงินไปปล่อยกู้ให้รายอื่นต่อไม่ได้   

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย

เรียกว่า การไม่จ่ายหนี้ของคนหนึ่งคนกระทบไปวงกว้างกันเลยทีเดียว ดังนั้นถ้ามีหนี้แต่จ่ายไม่ไหวลองต่อรองกับธนาคารดู แจ้งสาเหตุที่ส่งไม่ได้ ไกล่เกลี่ยกับธนาคารก่อนจะสาย เพราะสุดท้ายเป็นหนี้ก็ต้องใช้คืน ทางที่ดีถ้ามีหนี้ ก็เลือกเป็นลูกหนี้ที่ธนาคารรัก ดีกว่าเป็นลูกหนี้ที่ธนาคารชังจะดีกว่าไหม?

 

บทความโดย: รัตติยา นาเมืองรักษ์
กองบรรณาธิการ สำนักพิมพ์ 7D Book & Digital

ขอบคุณภาพประกอบจาก: เว็บไซต์ Pexels