Spread the love

 

ปัจจุบัน อินเทอร์เน็ต ได้เข้ามามีบทบาทและเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างในโลกของเรา จดหมายถูกแทนที่ด้วยอีเมล การโทรศัพท์ทางไกลถูกแทนที่ด้วย Zoom การฝ่ารถติดไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าถูกแทนที่ด้วยการซื้อของใน Shopee ฯลฯ

นี่เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ เท่านั้น แต่อุตสาหกรรมหนึ่งที่ต้องหยุดชะงักลงเพราะอินเทอร์เน็ต คงจะหนีไม่พ้น “ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์”

ภาพถ่ายโดย Yaroslav Shuraev จาก Pexels

ใคร ๆ ก็ว่ากันว่านี่เป็นยุคอวสานของธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ เราจะเห็นได้จากสำนักพิมพ์ใหญ่ ๆ ที่ทยอยปิดตัวลงในช่วง 3-4 ปีมานี้ ไม่ว่าจะเป็น ซุบซิบ, OOPS!, OHO, ZOO, FHM, เปรียว, lemonade, candy, VIVA! FRIDAY, KC WEEKLY, C-KiDs!, VOLUME, IMAGE, COSMOPOLITAN, บางกอกรายสัปดาห์, เนชั่นสุดสัปดาห์, seventeen, สกุลไทย, WHO, I LIKE, FLIMAX, ขวัญเรือน, ดิฉัน, madame FIGARO, คู่สร้าง คู่สม, พลอยแกมเพชร, marie claire, Men’s Health, Women’s Health, THE Hollywood REPORTER Thailand, billboard Thailand, HEALTH & CUISINE, ครัว, Go Genius, WRITER, และหนังสือพิมพ์บ้านเมือง (ข้อมูลจากปี 2558-2560)

ประกอบกับเป็นช่วงที่โควิด-19 กำลังแพร่ระบาด รัฐบาลได้มีการออกมาตรการการล็อกดาวน์ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อสำนักพิมพ์ ไม่ว่าร้านหนังสือต้องปิดหรือสำนักพิมพ์ไม่สามารถออกบูทขายหนังสือได้ ทำให้สำนักพิมพ์หลายรายหยุดผลิต เนื่องจากไม่สามารถขายได้

ภาพถ่ายโดย Ksenia Chernaya จาก Pexels

แต่ก็ยังมีผู้ประกอบการในธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์หลายรายที่สามารถปรับตัวได้ดี โดยการขายหนังสือผ่านช่องทางออนไลน์หรือมาร์เก็ตเพลส อย่าง Shopee Lazada Facebook ฯลฯ ซึ่งช่วยสร้างรายได้ให้กับธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ได้พอสมควร หลายสำนักพิมพ์ยังมีการปรับสัดส่วนรายได้ยอดขายหนังสือทางออนไลน์ให้สูงพอ ๆ กับยอดขายหนังสือหน้าร้าน

นอกจากการขายหนังสือผ่านช่องทางออนไลน์หรือมาร์เก็ตเพลสแล้ว หลายสำนักพิมพ์ยังมีการปรับโมเดลในการทำธุรกิจ โดยเริ่มทำหนังสือในรูปแบบ E-Book เพื่อวางขายทางออนไลน์อีกด้วย

แล้ว E-book คืออะไร?

ภาพถ่ายโดย RF._.studio จาก Pexels

E-Books หรือ อีบุ๊ก คือ หนังสือที่อยู่ในรูปแบบดิจิทัลที่สามารถดาวน์โหลดทางออนไลน์ได้ ไม่ต้องมีการตีพิมพ์ ซึ่งช่วยลดต้นทุนและความยุ่งยากในการผลิตหนังสือ ทั้งยังไม่ต้องเปลืองพื้นที่ในการจัดเก็บหรือดูแลรักษา เพราะสามารถอ่านได้บนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นแท็บเล็ต สมาร์ตโฟน แล็ปท็อป หรือคอมพิวเตอร์ นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับนักอ่านในยุคดิจิทัลที่ความสะดวกสบายต้องมาก่อน

นอกจากนี้ จากข้อมูลที่มีศึกษาแนวโน้มรายได้และคาดการณ์การใช้จ่ายผ่านอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงโลก พบว่า ตลาด E-Book โลกจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีในช่วง 5 ปีข้างหน้า (2561-2565) ที่ 7.1% โดยเพิ่มจากมูลค่า 763,491 ล้านบาทในปี 2560 เป็น 1,077,811 ล้านล้านบาทในปี 2565

ส่วนแนวโน้มตลาด E-Book ในไทย ก็มีการคาดการณ์เช่นกันว่า อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีของตลาด E-Book ในไทย จะอยู่ที่ 14% จากมูลค่าตลาด 2,960 ล้านบาทในปี 2560 จะเพิ่มขึ้นเป็น 5,705 ล้านบาทในปี 2565 เช่นเดียวกับส่วนแบ่งการตลาดของอีบุ๊กที่จะเพิ่มจาก 7.4% ในปี 2560 เป็น 14.1% ในปี 2565

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

นับว่าตลาด E-Book ทั้งระดับโลกและในประเทศไทยมีแนวโน้มว่าจะเติบโตขึ้นอย่างมาก เป็นโอกาสที่ดีไม่น้อยที่ผู้ประกอบการธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ รวมทั้งนักเขียนอิสระ บรรณาธิการ และผู้ประกอบการโรงพิมพ์จะหันมาสนใจการทำธุรกิจ E-Book

จริง ๆ แล้วมีผู้ประกอบการธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ของไทยหลายรายที่หันไปลงทุนธุรกิจ E-Book เช่น สำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ สำนักพิมพ์อมรินทร์ สำนักพิมพ์บงกช สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม เป็นต้น

และตอนนี้ยังมีแอปพลิเคชันร้านหนังสือในรูปแบบดิจิทัลเกิดขึ้นอีกมากมาย เช่น Amazon, Ookbee, Meb, AIS Bookstore, Fictionlog นอกจากจะให้นักอ่านสามารถเข้ามาดาวน์โหลด E-Book ได้แล้ว ยังเปิดโอกาสให้นักเขียนหน้าใหม่ได้นำเสนองานเขียนใหม่ ๆ ได้อีกด้วย

เห็นแบบนี้แล้ว คุณอาจจะคันไม้คันมืออยากเริ่มทำธุรกิจ E-Book กันขึ้นมาบ้างแล้ว จริง ๆ แล้วการทำธุรกิจ E-Book ก็ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด

ภาพถ่ายโดย Perfecto Capucine จาก Pexels

คุณสามารถเขียนเองก็ได้ จ้างนักเขียนก็ได้ และสามารถเขียนได้ครอบคลุมเกือบทุกประเภท นอกจากนี้ คุณยังสามารถปรับแต่งหนังสือของคุณให้เข้ากับ ตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ได้ ไม่ว่าจะเป็นนวนิยาย, เรื่องสั้น, How to, คู่มือการเดินทาง, คู่มือสอน, เรื่องสยองขวัญ, เรื่องโรแมนติก, วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี, ภาษา, ศาสนา ฯลฯ

นอกจากนี้ คุณไม่จำเป็นต้องพึ่งบรรณาธิการ สำนักพิมพ์ ผู้จัดพิมพ์ หรือร้านหนังสืออีกต่อไป เรียกได้ว่าคุณเป็นผู้ควบคุมกระบวนการการทำ E-Book ทั้งหมด

ลองมาเริ่มต้นทำธุรกิจ E-Book กันแบบง่าย ๆ กันดีกว่า

วิธีแรก คุณสามารถสร้างเว็บไซต์ของคุณและขาย E-Book ทางออนไลน์ได้เอง คุณอาจต้องแปลไฟล์หนังสือเป็นไฟล์ PDF หรือ E-Pub เพื่อให้ลูกค้าอ่านได้สะดวก หน้าที่ของคุณคือ แค่คอยดูว่าเว็บไซต์ของคุณทำงานได้อย่างราบรื่นหรือไม่ วิธีนี้คุณสามารถควบคุมกระบวนการการทำ E-Book ได้ทั้งหมด และถ้าสินค้าติดตลาด คุณยังสามารถเพิ่มราคาหนังสือได้สูงขึ้นอีกด้วย

วิธีที่สอง เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด คือ การขาย E-Book ผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันร้านหนังสือดิจิทัล เช่น Amazon, Ookbee, Meb, AIS Bookstore, Fictionlog แต่เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันเหล่านี้จะคิด ค่าคอมมิชชัน จากการขาย E-Book ของคุณ แต่ก็มีข้อดีคือ สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้อ่านได้ทุกเพศทุกวัย ติดตลาดง่าย และเป็นที่รู้จักได้รวดเร็วกว่า

คุณอาจเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่งก็ได้ แต่ทางที่ดีที่สุด คุณควรจะเลือกใช้ทั้งสองวิธี

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

แล้วจะทำ E-Book อย่างไรให้ขายดี?

คุณอาจเคยเขียนอะไรไว้ในสมุดบันทึกหรือเคยโพสต์เรื่องราวต่าง ๆ ลงในบล็อกส่วนตัว สิ่งเหล่านี้สามารถเปลี่ยนเป็น E-Book ได้ โดยการปรับแก้บางส่วน จัดลำดับเรื่องราว ตัดส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป เพิ่มคำนำ ใส่บทสรุป เท่านี้ก็กลายเป็น E-Book ของคุณได้ง่าย ๆ

หรือถ้าคุณเป็นสายนวนิยาย เรื่องสั้น หรือสารคดี และอยากจะเผยแพร่ผลงานที่เป็นต้นฉบับของคุณเอง คุณอาจจะเขียนขึ้นมาใหม่ โดยการค่อย ๆ ทยอยเขียนทีละตอนแล้วทำเป็น E-Book ทีละตอนก็ได้ หรือเขียนตั้งแต่ต้นจนจบแล้วค่อยทำเป็น E-Book ก็ได้ นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คุณควรจะวางเค้าโครงเนื้อเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบก่อนที่จะลงมือเขียนและควรเขียนทุกวันเพื่อให้เรื่องราวต่อเนื่องและลื่นไหล

นอกจากนี้ ยังมีอีกทางเลือกหนึ่งก็คือ ถ้าคุณไม่ชอบเขียนเอง คุณสามารถจ้างคนอื่นมาเขียนหนังสือให้คุณได้ นักเขียนเหล่านี้ในวงการนักเขียนมักจะเรียกกันว่า “นักเขียนผี” “นักเขียนเงา” หรือ “Ghost Writer” นั่นเอง

ภาพถ่ายโดย Vlada Karpovich จาก Pexels

การตลาด E-Book ก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน

ในธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ ผู้จัดพิมพ์มักจะไม่ทำการตลาดหรือโปรโมตหนังสือที่ตีพิมพ์กันสักเท่าไร พวกเขามักจะโปรโมตแต่เฉพาะหนังสือขายดีหรือหนังสือที่เขียนโดยนักเขียนชื่อดังเท่านั้น

แต่ถ้าคุณทำธุรกิจ E-Book ด้วยตัวเอง คุณต้องมีกลยุทธ์ทางการตลาดหรือโปรโมตหนังสือของคุณ เพื่อให้หนังสือของคุณเป็นที่รู้จักในวงกว้างและดึงดูดความสนใจนักอ่าน

ดังนั้น คุณควรทำการตลาดหลาย ๆ ช่องทาง อันดับแรกเลยก็คือ โซเชียลมีเดีย ใช้ประโยชน์จาก Facebook, Twitter, LinkedIn ฯลฯ เมื่อหนังสือออกเผยแพร่แล้ว ให้ลองโพสต์ลงบน Facebook ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียด ราคา วิธีการสั่งซื้อ พร้อมลิงก์เข้าสู่เว็บไซต์ของคุณ เป็นต้น

คลิกที่รูปภาพเพื่อสั่งซื้อหนังสือ

นอกจากนี้ คุณต้อง สร้างกระแส หรือ โปรโมต หนังสือของคุณด้วย โดยการกระตุ้นให้คนแชร์หรือบอกกันปากต่อปากเกี่ยวกับหนังสือของคุณ, โพสต์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับหนังสือของคุณบ่อย ๆ , ทำ Challenge ประกวด หรือแข่งขัน, แจกของ เช่น ปฏิทิน ที่คั่นหนังสือ โปสการ์ด หรือให้อ่านฟรีบางบทบางตอน วิธีนี้จะทำให้ผู้อ่านติดใจหนังสือของคุณจนต้องกดซื้อเพื่ออ่านต่อ

การประสบความสำเร็จจากการทำธุรกิจ E-Book ไม่ได้เรื่องง่าย คุณไม่สามารถคาดหวังว่าคุณจะได้กำไรตลอดไป แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเช่นกัน คุณแค่ต้องทำให้หนังสือของคุณดึงดูดผู้อ่านให้มากที่สุด

และนี่คือสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำถ้าอยากให้ธุรกิจ E-Book ของคุณประสบความสำเร็จ

อย่าท้อถอย

การที่คุณเขียนหนังสือขาย ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องเครียดไปด้วย คุณแค่ต้องวางแผนเพื่อเขียนหนังสือให้เสร็จและขายให้ได้เท่านั้น

คุณแค่ต้องวางเค้าโครงหนังสือ กำหนดเวลาในการเขียน วางแผนเรื่องการตลาด กำหนดวันเผยแพร่ และกำหนดเป้าหมายว่าจะขายเมื่อไร ขายที่ไหน ขายให้ใคร ขายอย่างไร นอกจากนี้ คุณต้องมีแพชชันกับมัน แล้วคุณจะประสบความสำเร็จ

เลือกเขียนในสิ่งที่ชอบ

คุณต้องการเขียนด้วยความรักและความหลงใหลในการเขียน เลือกประเภทหรือแนวที่คุณอยากเขียนมากที่สุด ไม่ควรเลือกเขียนเพียงเพราะว่าเป็นแนวที่ขายดี

ภาพถ่ายโดย Sam Lion จาก Pexels

อย่าทำให้งานเขียนซับซ้อน

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเนื้อเรื่องของคุณอ่านง่ายและเข้าใจง่าย ควรดำเนินเรื่องด้วยการใช้การสนทนาของตัวละครดีกว่าการบรรยายในลักษณะเชิงวิชาการจนเกินไป

อย่าลืมเรื่องพิสูจน์อักษร

ตรวจสอบข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ การสะกดผิด การเว้นวรรค ฯลฯ อีกครั้งก่อนเผยแพร่ การเผยแพร่หนังสือที่มีแต่คำผิด ทำให้ไม่ได้รับความน่าเชื่อถือจากผู้อ่าน ผู้อ่านอาจจะขอคืนเงิน หรือได้รับบทวิจารณ์ที่ไม่ดี

ภาพถ่ายโดย Yaroslav Shuraev จาก Pexels

วางเค้าโครงและทำปกแบบมืออาชีพ

อย่าทำหนังสือเหมือนมือสมัครเล่นทำ ควรทำให้สวยงาม ดึงดูดใจผู้อ่าน และคุ้มค่ากับการที่ผู้อ่านเสียเงินซื้อ คุณอาจจะจ้างนักออกแบบปก เพื่อสร้างสรรค์หน้าปกหนังสือให้ดูดีและเข้ากับเนื้อเรื่อง นอกจากนี้ อย่าลืมการจัดหน้าภายในเล่มด้วย

จะเห็นได้ว่า การทำธุรกิจ E-Book ถึงสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ ๆ รวมทั้งผู้ประกอบการตัวเล็กตัวน้อยอย่างคุณได้ ก็ถึงเวลาแล้วที่คุณต้องเริ่มลงมือทำได้ ตอนนี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุด เพราะธุรกิจ E-Book จะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต

อย่าปล่อยให้เวลาสูญเปล่า ตีเหล็กต้องตีตอนที่ยังร้อน!

 

อ้างอิง:

How to Make Money Selling Ebooks Online จาก https://bit.ly/3d0mJIj

สมาคมผู้จัดพิมพ์ คาดปี’65 อุตฯหนังสือฟื้นแตะ 1.5 หมื่นล้าน จาก https://bit.ly/3rhU5L3

สำรวจชั้นหนังสือ เมื่อ ‘นิตยสาร-นสพ.’ ทยอยปิดตัว ‘หนังสือเล่ม’ จะรอดไหม? จาก https://bit.ly/3D4umYH

อีบุ๊ก (E-Book) โอกาสและความท้าทายที่ยังเปิดกว้างสำหรับ ‘ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ไทย’ จาก https://bit.ly/3d20cuM

. . .

หมายเหตุ: เป็นการแปลและเรียบเรียงพร้อมตัดทอนบทความตามความเหมาะสม

แปลและเรียบเรียงโดย: ปิ่นแก้ว ศิริวัฒน์
กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ 7D Book&Digital

ขอบคุณภาพประกอบจาก: เว็บไซต์ Pexels